ข้อถกเถียงเรื่องการนำเสนอประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์เรื่อง “มือสังหาร” ลุกลามไปสู่การประท้วงที่พุ่งเป้าไปยังนักแสดงเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 สมาชิกกลุ่มอนุรักษนิยมประมาณ 50 คนชุมนุมหน้าบ้านเดี่ยวแห่งหนึ่งในเขตซองบุก กรุงโซล ซึ่งเชื่อว่าเป็นบ้านของยูแฮจิน โดยเรียกร้องให้ยุติการฉายภาพยนตร์ ให้ทีมผู้สร้างและนักแสดงกล่าวขอโทษ และให้คำมั่นว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ในวันเดียวกัน กลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งก็เรียกร้องให้ยุติการฉายและกล่าวขอโทษหน้าสำนักงานของบริษัทไฮฟ์มีเดียคอร์ป (하이브미디어코프) ซึ่งเป็นบริษัทผู้สร้าง

ภูมิหลังและบริบท

“มือสังหาร” เป็นภาพยนตร์ที่เข้าฉายเมื่อวันที่ 23 กันยายน หลังมีการกล่าวอ้างว่าภาพยนตร์นำเสนอเหตุการณ์ลอบยิงยุกยองซู ในลักษณะราวกับว่าอดีตประธานาธิบดีพักจองฮีมีส่วนเกี่ยวข้อง กระแสต่อต้านจึงเพิ่มขึ้น โดยมีพรรคการเมืองเป็นศูนย์กลาง รวมถึงพรรคพลังประชาชนเกาหลี (국민의힘) ข้อกล่าวอ้างนี้เป็นฉากหลังของข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำเสนอประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันในชุดข้อมูลอ้างอิง

รายงานภาษาอังกฤษระบุว่า ภาพยนตร์กล่าวถึงเหตุการณ์ลอบยิงเมื่อปี 1974 และนำเสนอตัวละครนักสืบสมมติที่ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ว่าบุคคลในรัฐบาลพักจองฮีหรือหน่วยงานข่าวกรองอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง รายงานระบุด้วยว่าทีมผู้สร้างกล่าวว่าภาพยนตร์เป็นเรื่องแต่งและไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ประเด็นสำคัญของข้อถกเถียงอยู่ที่ว่า ควรมองผลงานที่นำเหตุการณ์ในอดีตมาสร้างใหม่ในเชิงดราม่าว่าเป็นข้อกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์มากน้อยเพียงใด และการวิจารณ์นั้นควรพุ่งเป้าไปถึงตัวนักแสดงที่มีส่วนร่วมในผลงานด้วยหรือไม่

ในการชุมนุม นอกจากการเรียกร้องให้ยุติการฉายและกล่าวขอโทษแล้ว ยังมีการตะโกนเรียกร้องให้คว่ำบาตรเบอร์เกอร์คิงและคีอุมซีเคียวริตีส์ (키움증권) ซึ่งยูแฮจินทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา คิมซังจิน หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรเสรีภาพใหม่ (신자유연대) เรียกร้องให้ผู้สร้างและนักแสดงกล่าวขอโทษผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ชุมนุมมีโปสเตอร์ภาพยนตร์สมมติที่สื่อเป็นนัยถึงข้อสงสัยว่าอดีตประธานาธิบดีมุนแจอินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอดีตประธานาธิบดีโนมูฮยอน และโปสเตอร์ที่กล่าวอ้างว่ากองทัพเกาหลีเหนือเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการประชาธิปไตยกวางจู 18 พฤษภาคม (5·18 광주민주화운동) ผู้เข้าร่วมยังกล่าวว่ายูแฮจินควรแสดงใน “ภาพยนตร์ฝ่ายขวา” ด้วย ผู้เข้าร่วมบางคนสวมเสื้อผ้าและผ้าพันคอที่มีข้อความ “ยุนอีกครั้ง”

ความหมายของข่าวนี้

ข้อถกเถียงไม่ได้หยุดอยู่ที่การวิจารณ์ภาพยนตร์ แต่ลุกลามไปสู่การชุมนุมหน้าบ้านนักแสดงและการตะโกนเรียกร้องให้คว่ำบาตรผู้ลงโฆษณา เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการคัดค้านเนื้อหาของผลงานอาจขยายเป็นแรงกดดันที่พุ่งเป้าไปยังบทบาททางสังคมและงานโฆษณาของนักแสดงได้ นอกจากนี้ การที่มีการชุมนุมหน้าบ้านยังทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เมื่อการถกเถียงสาธารณะเข้ามาใกล้พื้นที่ใช้ชีวิตส่วนบุคคล

บริษัทผู้สร้างยกเลิกงานทางการทั้งหมดที่กำหนดจัดระหว่างวันที่ 3 ถึง 5 ตุลาคม รวมถึงกิจกรรมพบผู้ชมที่โรงภาพยนตร์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เสียงวิจารณ์นักแสดงรุนแรงขึ้น บริษัทผู้สร้างระบุว่า หลังจากพิจารณาสถานการณ์เกี่ยวกับภาพยนตร์แล้ว ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ชมและผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงการจัดงานให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น การยกเลิกงานได้รับการอธิบายว่าเป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ผู้ชมจะได้พบกับนักแสดงและกำหนดการประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ได้รับผลกระทบด้วย

ตัวอย่างเช่น หากผู้ชมวางแผนจะเข้าร่วมงานพบผู้ชมที่ถูกยกเลิก ก็ควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัทผู้สร้างอีกครั้ง แทนที่จะคิดว่ากำหนดการเดิมยังคงดำเนินไปตามเดิม อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีไม่ได้ยืนยันว่าจะจัดงานที่ยกเลิกไปขึ้นอีกครั้งหรือไม่

ประเด็นที่แต่ละรายงานนำเสนอแตกต่างกัน

รายงานทั้งสองกล่าวถึงการชุมนุมหน้าบ้านและข้อถกเถียงเกี่ยวกับภาพยนตร์เหมือนกัน แต่รายละเอียดเพิ่มเติมที่นำเสนอแตกต่างกัน รายงานหนึ่งกล่าวถึงข้อเรียกร้อง โปสเตอร์ และคำขวัญในการชุมนุมอย่างละเอียด รวมทั้งการยกเลิกงานทางการของบริษัทผู้สร้างระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม ส่วนอีกรายงานกล่าวถึงเนื้อหาที่ว่าเน이버ตรวจพบกิจกรรมผิดปกติจากระบบอัตโนมัติในปฏิกิริยาต่อรีวิวภาพยนตร์ และส่งเรื่องให้ตำรวจ

เน이버ไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว หรือมีเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่ และไม่ได้ยืนยันด้วยว่าคะแนนดาวของภาพยนตร์ถูกปั่น ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่าการปั่นปฏิกิริยาต่อรีวิวกับการปั่นคะแนนดาวเป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน ส่วนคำอธิบายเกี่ยวกับงานในรายงานทั้งสองไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่อาจมองได้ว่ารายงานกล่าวถึงรายละเอียดต่างกัน

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม มีการชุมนุมของกลุ่มอนุรักษนิยมหน้าบ้านเดี่ยวแห่งหนึ่งในเขตซองบุก กรุงโซล ซึ่งเชื่อว่าเป็นบ้านของยูแฮจิน ตัวเลขผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คนเป็นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการของตำรวจ
  • ผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้ยุติการฉายภาพยนตร์ ให้ทีมผู้สร้างและนักแสดงกล่าวขอโทษ และให้คำมั่นว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ รวมทั้งตะโกนเรียกร้องให้คว่ำบาตรผู้ลงโฆษณา
  • ในวันเดียวกัน กลุ่มพันธมิตรพิทักษ์ชาติและโล่ (호국연합방패단) ก็จัดการชุมนุมหน้าสำนักงานของบริษัทไฮฟ์มีเดียคอร์ป เพื่อเรียกร้องให้ยุติการฉายและกล่าวขอโทษ
  • บริษัทผู้สร้างระบุว่าได้ยกเลิกงานทางการที่กำหนดจัดระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม รวมถึงกิจกรรมพบผู้ชมที่โรงภาพยนตร์ โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยและการจัดงานให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
  • มีรายงานว่าเน이버ส่งเรื่องกิจกรรมผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาต่อรีวิวให้ตำรวจ แต่ยังไม่มีการยืนยันผู้รับผิดชอบหรือแรงจูงใจทางการเมือง

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • รายงานไม่ได้ระบุว่าตำรวจใช้มาตรการความปลอดภัยใดในบริเวณที่ชุมนุม
  • ยังไม่มีการยืนยันว่าจะจัดงานทางการที่ยกเลิกไปขึ้นอีกครั้งในภายหลังหรือไม่
  • เน이버ไม่ได้เปิดเผยว่าใครทำกิจกรรมผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาต่อรีวิว หรือทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • หากวางแผนจะเข้าร่วมงานพบผู้ชมหรืองานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของบริษัทผู้สร้างว่ามีการยกเลิกหรือไม่ และมีกำหนดการใหม่หรือไม่
  • พิจารณาแยกข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการนำเสนอประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์ออกจากคำชี้แจงของทีมผู้สร้างที่ว่าภาพยนตร์เป็นเรื่องแต่ง อย่าด่วนสรุปว่าข้อสงสัยเกี่ยวกับปฏิกิริยาต่อรีวิวหมายถึงการปั่นคะแนนดาวด้วย
  • คำนึงด้วยว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นการประเมินอย่างไม่เป็นทางการของตำรวจ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่หรือกำหนดการจัดงานหลังการชุมนุม

แหล่งอ้างอิง

  • รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: m.koreaherald.com