จีเจ็ดเตรียมเพิ่มเชื้อเพลิงเข้าสู่ตลาด

กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่มประเทศจีเจ็ด ประกาศแผนปล่อยน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงรวม 100 ล้านบาร์เรล ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยจะเริ่มจากการส่งดีเซลปริมาณมากเป็นพิเศษ

แถลงการณ์ของกลุ่มระบุว่าจะเร่งปล่อยดีเซลส่วนสำคัญภายใน 20 วัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าการปล่อยดีเซลจะเกิดขึ้น “ทันที” ทั้งสองถ้อยคำสะท้อนความตั้งใจที่จะนำเชื้อเพลิงออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันทั้งหมด 100 ล้านบาร์เรลจะเป็นดีเซล

แผนดังกล่าวครอบคลุมน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงหลายประเภท โดยดีเซลจะได้รับการจัดส่งในช่วงแรกในปริมาณมาก

ราคาดีเซลกระทบครัวเรือนและธุรกิจ

ราคาดีเซลเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ อยู่ที่ 6.37 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เมื่อวันศุกร์ หลังจากราคาเพิ่งทำสถิติสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ทำให้ต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสูงขึ้น เพราะดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของรถบรรทุก รถโดยสาร เครื่องจักรในภาคเกษตร และเรือบางประเภท

เมื่อค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ธุรกิจอาจต้องจ่ายแพงขึ้นในการนำอาหาร วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังร้านค้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้า เช่นเดียวกับค่าขนส่งที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีเงินเหลือสำหรับการลงทุนหรือจ้างงานน้อยลง

  • ผู้ใช้รถ: ต้องจ่ายค่าน้ำมันมากขึ้นเมื่อเติมดีเซล
  • ธุรกิจขนส่ง: มีค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวสูงขึ้น และอาจต้องปรับค่าบริการ
  • ผู้บริโภค: อาจเผชิญราคาสินค้าที่สูงขึ้น หากต้นทุนขนส่งถูกผลักภาระมาถึงหน้าร้าน

ทำไมการปล่อยน้ำมันจึงสำคัญ

การนำเชื้อเพลิงที่มีอยู่มาเพิ่มในตลาดเป็นมาตรการระยะสั้นที่มุ่งบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน หรือปริมาณสินค้าที่พร้อมขาย พูดให้เห็นภาพคล้ายกับการนำสินค้าที่เก็บสำรองไว้ออกมาจำหน่ายเพิ่ม เมื่อของมีให้ซื้อมากขึ้น ก็อาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาได้

อย่างไรก็ตาม การประกาศปล่อยน้ำมันไม่ได้รับประกันว่าราคาจะลดลงทันทีหรือเท่ากันทุกพื้นที่ ราคาพลังงานยังขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ การผลิต การขนส่ง ความเชื่อมั่นของตลาด และเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศด้วย

หน่วยบาร์เรลคืออะไร

บาร์เรลเป็นหน่วยวัดปริมาณน้ำมัน โดยน้ำมัน 1 บาร์เรลมีปริมาตรราว 159 ลิตร ดังนั้น 100 ล้านบาร์เรลจึงเป็นปริมาณเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตีความว่าเป็นน้ำมันสำหรับใช้ได้ทันทีทั้งหมด เพราะยังต้องพิจารณาชนิดของเชื้อเพลิงและขั้นตอนการจัดส่ง


สงครามกับอิหร่านเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศเพิ่มขึ้นระหว่างสงครามกับอิหร่าน ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 8 เดือน ตามข้อมูลในรายงาน ความขัดแย้งทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการผลิตและการขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อไม่แน่ใจว่าจะมีเชื้อเพลิงเพียงพอส่งถึงตลาดหรือไม่

ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นราคาที่สมควรจ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบปรากฏในชีวิตประจำวันผ่านค่าน้ำมันและราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง

ความเสี่ยงจากสงครามและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อเนื่องจากปั๊มน้ำมันไปถึงธุรกิจขนส่งและราคาสินค้า

แรงกดดันทางการเมืองก่อนเลือกตั้ง

การประกาศมาตรการเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันเผชิญแรงกดดันให้จัดการกับราคาที่เพิ่มขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน การเลือกตั้งกลางเทอมคือการเลือกตั้งที่จัดขึ้นระหว่างวาระประธานาธิบดี และอาจเปลี่ยนดุลอำนาจในสภาคองเกรสได้

ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำในสหรัฐฯ ระบุว่า คะแนนการยอมรับของทรัมป์ในด้านเศรษฐกิจลดลงสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในผลสำรวจดังกล่าว สงครามกับอิหร่านและข้อพิพาททางการค้าถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ ในประเทศสูงขึ้น

ทรัมป์ประกาศแผนปล่อยเชื้อเพลิงผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ จังหวะเวลานี้ทำให้มาตรการด้านพลังงานเป็นทั้งความพยายามบรรเทาภาระของผู้ใช้เชื้อเพลิง และประเด็นที่มีความสำคัญทางการเมืองก่อนถึงวันเลือกตั้ง


สิ่งที่ต้องจับตาหลังประกาศ

ผลของแผนจะขึ้นอยู่กับว่าเชื้อเพลิงชนิดใดถูกปล่อยออกมา เมื่อใด และสามารถส่งไปถึงพื้นที่ที่ขาดแคลนได้เร็วเพียงใด การจัดส่งดีเซลในช่วงแรกอาจช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ตลาดยังต้องติดตามว่าสงครามและข้อพิพาททางการค้าจะส่งผลต่อการผลิตและต้นทุนพลังงานต่อไปหรือไม่

  • กำหนดการปล่อยจริง: จะสอดคล้องกับคำมั่นว่าจะเร่งส่งดีเซลภายใน 20 วันหรือไม่
  • การตอบสนองของราคา: ราคาดีเซลและน้ำมันชนิดอื่นจะลดลงหรือยังคงผันผวน
  • ผลต่อค่าครองชีพ: ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงจะส่งผ่านไปถึงค่าขนส่งและราคาสินค้าหรือไม่

ในระยะยาว การเพิ่มเชื้อเพลิงสำรองในตลาดอาจช่วยบรรเทาความผันผวนได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งหรือความไม่แน่นอนด้านอุปทานได้ด้วยตัวเอง ทิศทางราคาจึงยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ระหว่างประเทศและความสามารถในการจัดส่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง