กำหนดเปิดรถไฟใต้ดินสาย 2 เลื่อนออกไปอีก

โครงการรถไฟใต้ดินสาย 2 ของเมืองควังจูจะใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าสิบปี หลังหน่วยงานก่อสร้างระบบรางของนครพิเศษรวมช็อลลาใต้–ควังจูประเมินความคืบหน้าใหม่ และประกาศเลื่อนกำหนดเปิดให้บริการทั้งสองเฟส

เฟสแรกซึ่งเดิมตั้งเป้าเปิดในเดือนธันวาคม 2027 เลื่อนไปเป็นเดือนธันวาคม 2028 ส่วนเฟสสองเลื่อนจากเดือนธันวาคม 2030 ไปเป็นเดือนธันวาคม 2035 การประกาศครั้งนี้นับเป็นการเลื่อนกำหนดเปิดโครงการโดยเมืองควังจูครั้งที่สี่

กำหนดเปิดใหม่คือเฟสแรกในเดือนธันวาคม 2028 และเฟสสองในเดือนธันวาคม 2035 โดยเฟสสองล่าช้าจากเป้าหมายเดิมถึงห้าปี

เส้นทางวงแหวนแบ่งเป็นสองเฟส

รถไฟใต้ดินสาย 2 ออกแบบเป็น เส้นทางวงแหวน ซึ่งหมายถึงแนวรถไฟที่วนเชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ รอบเมือง แบ่งการก่อสร้างออกเป็นสองช่วง รวมระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร

เฟสแรกมีระยะทาง 17 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานก่อสร้างช่วงที่ 1–6 วิ่งผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของควังจู ตั้งแต่สถานีควังจู สถานีนัมกวังจู แยกแพ็กอุน สนามกีฬาฟุตบอลโลก และศาลาว่าการเมือง ไปจนถึงศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟ เฟสนี้เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2019

เฟสสองมีระยะทาง 20 กิโลเมตร ครอบคลุมช่วงที่ 7–14 และพาดผ่านพื้นที่ตอนเหนือ โดยเริ่มจากศูนย์ซ่อมบำรุง ผ่านสถานีคึกนัก เขตซูวัน เขตช็อมดัน เขตอิลกก และมหาวิทยาลัยแห่งชาติจ็อนนัม ก่อนกลับไปยังสถานีควังจู งานก่อสร้างเฟสนี้เริ่มในเดือนมกราคม 2024

เมื่อสร้างเสร็จ เส้นทางวงแหวนจะช่วยเชื่อมย่านต่าง ๆ ที่อยู่ห่างกันให้เดินทางต่อเนื่องด้วยระบบราง อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการได้จริงต้องอาศัยงานหลายส่วนที่เสร็จพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงการวางรางหรือสร้างสถานีเท่านั้น


ปัญหาใต้ดินและงานระบบทำให้เฟสแรกช้าลง

หน่วยงานเมืองระบุว่า การก่อสร้างโยธาในเฟสแรกใช้เวลานานกว่าที่คาด เพราะพบชั้นหินและสิ่งปลูกสร้างหรือสาธารณูปโภคที่ฝังอยู่ใต้ดินโดยไม่คาดหมาย สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ต้องปรับวิธีขุด ย้ายแนวงาน หรือเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ซึ่งส่งผลต่อกำหนดการในพื้นที่ก่อสร้างแต่ละจุด

หลังงานโครงสร้างแล้ว ยังต้องติดตั้งและทดสอบระบบอาคาร เครื่องจักร ไฟฟ้า การสื่อสาร และระบบสัญญาณ รวมถึงจัดหาขบวนรถและทดสอบเดินรถก่อนเปิดใช้งาน กระบวนการเหล่านี้เชื่อมโยงกันคล้ายการทำงานเป็นทอด ๆ หากงานโยธาส่วนหนึ่งล่าช้า การติดตั้งและทดสอบระบบที่ต้องทำต่อจากนั้นก็อาจเลื่อนตามไปด้วย

เมืองระบุว่าได้ตรวจสอบกำหนดการรวมของงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนสรุปว่าการเปิดเฟสแรกในเดือนธันวาคม 2027 ทำได้ยาก จึงปรับเป้าหมายเป็นปลายปี 2028


เฟสสองเจอข้อจำกัดเรื่องถนนและแนวเส้นทาง

สำหรับเฟสสอง ความล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ก่อสร้างบางช่วงที่ถนนมีความกว้างจำกัด โดยเฉพาะช่วงงานที่ 7 และ 10 ซึ่งคาดว่าจะดำเนินงานได้ยาก เงื่อนไขดังกล่าวทำให้ยังไม่สามารถคัดเลือกบริษัทผู้รับเหมาเพื่อเข้าดำเนินงานได้

อีกจุดหนึ่งคือช่วงงานที่ 13 ซึ่งมีการเปลี่ยนแนวเส้นทางบางส่วนและอยู่ระหว่างออกแบบใหม่ การปรับแบบอาจจำเป็นเพื่อให้แนวรถไฟเหมาะกับสภาพพื้นที่ แต่ก็ทำให้การเตรียมงานและกำหนดการก่อสร้างต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น

การเลื่อนเฟสสองจากปี 2030 ไปเป็นปี 2035 จึงสะท้อนปัญหาหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งความพร้อมของผู้รับเหมา เงื่อนไขทางกายภาพของถนน และการทบทวนแบบก่อสร้าง ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว


งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 66.6

ค่าใช้จ่ายโครงการเพิ่มจาก 1.7394 ล้านล้านวอน ในแผนเริ่มต้น เป็น 3.243 ล้านล้านวอน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 66.6% ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการก่อสร้างมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับประมาณการแรก

โครงการระบบรางขนาดใหญ่ต้องใช้งบกับงานหลายประเภท ตั้งแต่การก่อสร้างอุโมงค์และสถานี ไปจนถึงระบบไฟฟ้า สัญญาณ ขบวนรถ และการทดสอบก่อนให้บริการ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประกาศไม่ได้แจกแจงว่างบที่เพิ่มขึ้นแต่ละส่วนมาจากปัจจัยใดบ้าง จึงยังไม่อาจระบุสัดส่วนของต้นทุนที่เกิดจากความล่าช้า การปรับแบบ หรือรายการก่อสร้างอื่นได้

เมื่องบเพิ่มขึ้นควบคู่กับกำหนดการที่ยาวออกไป ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือการบริหารต้นทุนและการควบคุมความคืบหน้าให้สอดคล้องกัน เพราะหากเกิดความล่าช้าเพิ่มเติม ก็อาจกระทบทั้งแผนงานและค่าใช้จ่ายของโครงการ


เตรียมเปิดบางช่วงก่อนครบทั้งเฟส

เพื่อบรรเทาความไม่สะดวกของประชาชน เมืองกำลังผลักดันแผนเปิดให้บริการบางช่วงของเฟสสองก่อน โดยคาดว่าช่วงงานที่ 11–14 ซึ่งเชื่อมย่านยางซันกับเขตช็อมดัน ซูวัน และชินกา ระยะทาง 11.9 กิโลเมตร พร้อมสถานี 9 แห่ง อาจเปิดได้ในเดือนเมษายน 2034

ก่อนถึงกำหนดเปิดรถไฟ เมืองตั้งเป้าเปิดถนนในพื้นที่ช่วงเดียวกันให้ครบภายในปี 2030 การเปิดถนนก่อนอาจช่วยให้การเดินทางบนผิวดินกลับมาใช้ได้ระหว่างที่รอระบบรถไฟ แต่ไม่ได้หมายความว่ารถไฟจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะยังต้องก่อสร้างและทดสอบระบบที่จำเป็นให้ครบ

  • ช่วงที่วางแผนเปิดก่อน: ช่วงงานที่ 11–14
  • ระยะทาง: 11.9 กิโลเมตร
  • จำนวนสถานี: 9 แห่ง
  • เป้าหมายเปิดถนน: ภายในปี 2030
  • เป้าหมายเปิดรถไฟบางช่วง: เดือนเมษายน 2034

สิ่งที่ประชาชนต้องติดตามต่อ

การเลื่อนกำหนดเปิดหลายครั้งทำให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวเส้นทางต้องรอใช้บริการนานขึ้น และอาจต้องเผชิญผลกระทบจากพื้นที่ก่อสร้างต่อไป ทั้งการเดินทางบนถนนและการเข้าถึงร้านค้า บ้านเรือน หรือสถานที่ทำงานในบริเวณใกล้เคียง

ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าในการหาผู้รับเหมาสำหรับช่วงที่มีข้อจำกัด การสรุปแบบใหม่ของช่วงงานที่ 13 และความสามารถในการควบคุมงบประมาณกับงานระบบที่ต้องทำต่อเนื่องกัน เมืองยังต้องแสดงให้เห็นด้วยว่าแผนเปิดบางช่วงในปี 2034 สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมายหรือไม่

หัวหน้าหน่วยงานก่อสร้างระบบราง พักกึมฮวา กล่าวว่า หลังการตรวจสอบครั้งนี้จะบริหารกำหนดการและงบประมาณร่วมกัน พร้อมติดตามงานสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามแผนใหม่

หากทำได้ตามกำหนด เฟสแรกจะเปิดก่อนในปี 2028 และบางช่วงของเฟสสองจะตามมาในปี 2034 ก่อนที่ทั้งเฟสจะมีเป้าหมายเปิดครบในปี 2035 แต่จากประวัติการเลื่อนที่ผ่านมา ความคืบหน้าของงานก่อสร้างและการประกาศแผนที่ชัดเจนเป็นระยะจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ากำหนดการใหม่นี้จะเชื่อถือได้เพียงใด