เสมอแบบไร้ประตู พร้อมเสียงวิจารณ์จากแนวรับคนสำคัญ
ทีมชาติเกาหลีใต้ทำได้เพียงเสมอทีมชาติเวเนซุเอลา 0-0 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องที่สนามฟุตบอลมุนซู เมืองอุลซาน เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 แม้ทีมจะได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน แต่รูปเกมส่วนใหญ่กลับติดขัด และสร้างโอกาสทำประตูได้ไม่มากนัก
หลังจบเกม คิม มินแจ กองหลังตัวหลักของทีม พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเขารู้สึกสงสารผู้เล่นแนวรับ เพราะทั้งทีมไม่ได้ช่วยกันต่อสู้ตามที่ควร เขายังกล่าวว่า แม้เกาหลีใต้จะเป็นฝ่ายชนะ เขาก็คงไม่รู้สึกดีใจกับผลงานในสนามอยู่ดี
“ถ้าพูดตามตรง ผมสงสารผู้เล่นแนวรับ เกมวันนี้ไม่รู้สึกเลยว่าทุกคนกำลังต่อสู้ไปด้วยกัน”
ผลงานสามเกมของโมเรโนยังไม่ลงตัว
เกมกับเวเนซุเอลาเป็นนัดที่สามของโรเบิร์ต โมเรโน ในฐานะผู้ฝึกสอนชั่วคราวของเกาหลีใต้ ผลเสมอนัดนี้ทำให้ผลงานของทีมภายใต้การนำของเขาอยู่ที่ ชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด
ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้เอาชนะเอกวาดอร์ 3-0 เมื่อวันที่ 24 กันยายน แต่แพ้อุรุกวัย 1-4 เมื่อวันที่ 28 กันยายน การเสมอเวเนซุเอลาจึงเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังสำหรับทีม ซึ่งหวังใช้เกมอุ่นเครื่องเพื่อปรับระบบและเรียกความมั่นใจก่อนการแข่งขันสำคัญในอนาคต
อันดับโลกก่อนเกมอยู่ที่เกาหลีใต้อันดับ 32 และเวเนซุเอลาอันดับ 47 อย่างไรก็ตาม อันดับที่เหนือกว่าไม่ได้ช่วยให้เกาหลีใต้ครองเกมได้อย่างชัดเจน ทีมยังพบปัญหาในการพาบอลจากแดนหลังไปสู่แดนหน้า และเปิดช่องให้คู่แข่งตอบโต้ได้หลายครั้ง
ระบบ 4-4-2 ยังไม่ช่วยให้เกมไหลลื่น
โมเรโนเลือกใช้แผน 4-4-2 ซึ่งหมายถึงการจัดผู้เล่นเป็นกองหลัง 4 คน กองกลาง 4 คน และกองหน้า 2 คน เช่นเดียวกับสองเกมก่อนหน้า ซน ฮึงมิน ลงเล่นเป็นกองหน้าคู่กับโอ ฮยอนกยู ส่วนคิม มินซูและอี คังอินประจำริมเส้น โดยมีฮวัง อินบอมกับพัค จินซ็อบช่วยดูแลแดนกลาง
แนวรับประกอบด้วยโจ ฮยอนแท็ก คิม มินแจ อี ฮันบอม และซ็อล ยองอู ขณะที่ซง บอมกึนได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โมเรโนเข้ารับหน้าที่ ระบบดังกล่าวตั้งใจให้ผู้เล่นมีตำแหน่งชัดเจนทั้งตอนครองบอลและป้องกัน แต่ในสนามผู้เล่นยังเชื่อมต่อกันได้ไม่ดีพอ
การต่อบอลสั้นในแดนกลางถูกคู่แข่งตัดได้บ่อย เมื่อเวเนซุเอลาเข้ากดดัน ผู้เล่นเกาหลีใต้หลายคนเสียบอลหรือจ่ายบอลพลาด จังหวะขึ้นเกมจากแนวหลัง หรือที่เรียกว่า การสร้างเกม (การส่งบอลต่อกันเพื่อพาบอลไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบ) จึงไม่ต่อเนื่อง
ครึ่งแรกมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว
เมื่อแดนกลางผ่านบอลขึ้นหน้าไม่ได้ เกาหลีใต้หันไปใช้การโยนบอลยาวจากแนวรับไปยังกองหน้า แต่บอลหลายครั้งไม่แม่นยำและไม่กลายเป็นโอกาสลุ้นประตู ความผิดพลาดในการส่งบอลยังทำให้ทีมเสียจังหวะและต้องเร่งกลับไปตั้งรับ
ตลอดครึ่งแรก เกาหลีใต้ยิงได้เพียง 1 ครั้ง และไม่มีลูกยิงตรงกรอบ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมไม่สามารถเปลี่ยนการครองบอลให้เป็นโอกาสอันตรายได้ แม้จะมีผู้เล่นแนวรุกที่มีประสบการณ์และมีความสามารถเฉพาะตัวก็ตาม
ในฟุตบอล การขึ้นเกมไม่ได้ขึ้นอยู่กับกองหน้าเพียงอย่างเดียว ผู้เล่นแดนกลางต้องช่วยพาบอลและหาช่องจ่าย ขณะที่แนวรับต้องส่งบอลให้เพื่อนอย่างแม่นยำ หากการเชื่อมต่อแต่ละส่วนขาดช่วง กองหน้าก็มักได้รับบอลในพื้นที่ที่เล่นต่อได้ยาก ซึ่งเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดในเกมนี้
เร่งเกมหลังพัก แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับ
หลังเริ่มครึ่งหลัง เกาหลีใต้พยายามดันแนวผู้เล่นขึ้นสูงและเพิ่มความเร็วในการบุก จังหวะที่ใกล้เคียงการทำประตูมากที่สุดเกิดขึ้นในนาทีที่ 6 เมื่อโอ ฮยอนกยูเปิดบอลจากทางขวาให้ซน ฮึงมินวิ่งเข้ามายิง อย่างไรก็ตาม ความพยายามครั้งนี้ไม่ทำให้ทีมเปลี่ยนสกอร์ได้
หลังจากนั้นเกมรุกกลับไปติดขัดคล้ายกับในครึ่งแรก ขณะเดียวกัน การดันผู้เล่นขึ้นไปบุกทำให้มีพื้นที่ด้านหลังแนวรับมากขึ้น เวเนซุเอลาจึงมีโอกาสโต้กลับและสร้างความหวาดเสียวหลายครั้ง มีลูกยิงของทีมเยือนที่ชนเสาประตู ซึ่งเกือบทำให้เกาหลีใต้ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง
เกมโต้กลับ คือการเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นบุกอย่างรวดเร็วทันทีที่แย่งบอลได้ หากผู้เล่นฝ่ายบุกของคู่แข่งขึ้นไปอยู่ข้างหน้าแล้ว แต่เพื่อนร่วมทีมยังกลับมาป้องกันไม่ทัน ฝ่ายตรงข้ามก็สามารถใช้พื้นที่ว่างสร้างโอกาสได้ เหตุการณ์ในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีใต้ยังต้องหาจุดสมดุลระหว่างการบุกและการป้องกัน
คิม มินแจเรียกร้องให้ทั้งทีมรับผิดชอบร่วมกัน
เมื่อเกมรุกหาทางเจาะแนวรับคู่แข่งไม่เจอ อี คังอินต้องถอยลงมาช่วยรับบอลและพาบอลขึ้นหน้าเอง แต่ทีมก็ยังไม่สามารถส่งบอลไปถึงจังหวะจบสกอร์ที่ชัดเจนได้ ส่วนแนวรับก็ถูกทดสอบจากการประสานงานของเวเนซุเอลา โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นแดนกลางไม่สามารถหยุดคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นทาง
คิม มินแจถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 35 ของครึ่งหลัง ภาพจากสนามแสดงให้เห็นว่าเขามีท่าทีไม่พอใจและพูดกับโมเรโน นอกจากนี้ยังมีภาพเขาโยนรองเท้าสตั๊ดบริเวณม้านั่งสำรอง หลังเกมเขาย้ำว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องปรับปรุงหลายด้าน และผู้เล่นทุกตำแหน่งต้องร่วมกันเข้าปะทะ ป้องกัน และต่อสู้เพื่อทีม
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการรวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งโดดเด่น แต่ทั้งทีมต้องวิ่งและเล่นไปด้วยกัน เราต้องทุ่มเทร่วมกันเพื่อยกระดับทีม”
สิ่งที่เกาหลีใต้ต้องแก้ก่อนเกมต่อไป
คำพูดของคิม มินแจสะท้อนปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแนวรับ หากผู้เล่นแดนกลางปล่อยให้คู่แข่งผ่านเข้ามาง่าย กองหลังก็ต้องรับมือกับการบุกโดยตรงบ่อยขึ้น และหากแนวรุกไม่ช่วยกดดันตั้งแต่แดนหน้า คู่แข่งก็มีเวลาเริ่มเล่นอย่างเป็นระบบ
ประเด็นที่ทีมต้องเร่งปรับปรุง ได้แก่
- การต่อบอลและควบคุมบอลในแดนกลาง เพื่อไม่ให้เสียบอลง่ายเมื่อถูกกดดัน
- ความแม่นยำในการส่งบอลยาว หากเลือกข้ามแดนกลางและส่งบอลตรงไปข้างหน้า
- การช่วยกันป้องกันทั้งทีม ไม่ปล่อยให้แนวรับต้องรับมือกับคู่แข่งเพียงลำพัง
- การรักษาสมดุลระหว่างบุกกับรับ โดยเฉพาะเมื่อดันแนวผู้เล่นขึ้นสูง
- การสร้างโอกาสยิงที่มีคุณภาพ แทนการครองบอลโดยไม่สามารถเข้าใกล้ประตูได้
เกมเสมอเวเนซุเอลาไม่ได้ตัดสินว่าระบบของโมเรโนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่หลังผ่านสามนัด ทีมยังต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นเข้าใจแนวทางเดียวกันและนำไปใช้ในสนามได้จริง สำหรับคิม มินแจ ประเด็นสำคัญคือการทำให้ทุกคนร่วมรับผิดชอบทั้งตอนบุกและตอนรับ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาระตกอยู่กับผู้เล่นแนวรับหรือผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเท่านั้น



















