เงินวอนเกาหลีใต้ทะยานรับข่าวดีจากการทูตโลก

การแข็งค่าครั้งสำคัญในรอบเดือน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,481.2 วอนต่อดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.1 วอนจากวันก่อนหน้า ถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการพุ่งขึ้นครั้งนี้คือความคาดหวังว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะกลับมาเจรจาสันติภาพกันอีกครั้ง แม้ว่าการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด (เมืองหลวงของปากีสถาน) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์จะยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน แต่ท่าทีล่าสุดจากผู้นำทั้งสองฝ่ายทำให้ตลาดกลับมามีความหวังอีกครั้ง

"บุคคลที่เหมาะสมในอิหร่านได้ติดต่อเข้ามา และพวกเขาต้องการที่จะทำข้อตกลงร่วมกัน" โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อมวลชน

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเสถียรภาพเศรษฐกิจ

เมื่อความตึงเครียดลดลง ราคาน้ำมันก็ร่วง

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะเพิ่งสั่งปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก) แต่การส่งสัญญาณเปิดประตูสู่การเจรจาก็ช่วยคลายความกังวลของตลาดได้มาก ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ก็ระบุว่าพร้อมจะพูดคุยภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

สัญญาณบวกเหล่านี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้โดยตรง:

  • ราคาน้ำมันดิบโลก ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ช่วยลดความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ (ภาวะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นจนอำนาจการซื้อลดลง)
  • ลดความต้องการเงินดอลลาร์ในการนำเข้าน้ำมัน ทำให้เงินวอนแข็งค่าขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

นักลงทุนต่างชาติแห่เข้าซื้อหุ้นเกาหลี

ดัชนี KOSPI ปิดตลาดในแดนบวกอย่างสดใส

ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ (ยอดซื้อที่มากกว่ายอดขาย) ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้สูงถึง 8.4 แสนล้านวอน ส่งผลให้ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 2.74% ไปปิดที่ระดับ 5,967.75 จุด

การที่มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเปรียบเสมือนการที่มีคนนำเงินสกุลอื่นมาแลกเป็นเงินวอนมากขึ้น เพื่อนำไปซื้อหุ้นในประเทศ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เงินวอนมีมูลค่าสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเตือนเรื่อง ความผันผวน (Volatility หรือการที่ราคาสินทรัพย์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง) เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายลง อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ทันที