ส่งออกเดือนเดียวทะลุระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เกาหลีใต้ส่งออกสินค้าในเดือนกันยายนรวม 1.2094 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 83.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่มูลค่าส่งออกต่อเดือนสูงกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ สถิติเดิมอยู่ที่ 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน
เมื่อปรับตัวเลขตามจำนวนวันทำการ เพื่อเปรียบเทียบปริมาณการส่งออกในแต่ละวันให้เป็นธรรมมากขึ้น ยอดส่งออกเฉลี่ยรายวันยังทำสถิติใหม่ที่ 5.63 พันล้านดอลลาร์ และเป็นครั้งแรกที่สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขเดือนกันยายนไม่เพียงทำลายสถิติรายเดือนเดิม แต่ยังสะท้อนแรงส่งที่ทำให้เกาหลีใต้อาจมียอดส่งออกทั้งปีแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
ชิปเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ประมวลผลและเก็บข้อมูล เช่น ชิปในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์) ส่งออกเพิ่มขึ้น 263% จากปีก่อน ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 23% แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวมีแรงหนุนจากชิปอย่างเด่นชัด แม้สินค้ากลุ่มอื่นก็เติบโตเช่นกัน
มูลค่าส่งออกชิปในเดือนกันยายนอยู่ที่ 6.03 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าสถิติเดิม 4.67 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม และนับเป็นครั้งแรกที่การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์รายเดือนเกิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์
การเติบโตส่วนหนึ่งมาจากราคาขายเฉลี่ยของหน่วยความจำที่ปรับสูงขึ้น หน่วยความจำเป็นชิปที่ช่วยเก็บข้อมูลชั่วคราวหรือถาวรในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และศูนย์ข้อมูล เมื่อทั้งความต้องการซื้อและราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น มูลค่าการส่งออกก็ขยายตัวได้รวดเร็ว
เหตุใดตัวเลขชิปจึงสำคัญ
ชิปเป็นส่วนประกอบที่อยู่เบื้องหลังสินค้าและบริการจำนวนมาก ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ไปจนถึงระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทต่าง ๆ ดังนั้นยอดส่งออกชิปที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลต่อรายได้จากการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ และช่วยบอกทิศทางความต้องการสินค้าเทคโนโลยีในตลาดโลกได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้ยอดส่งออกอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาและความต้องการซื้อ ตัวอย่างเช่น หากราคาหน่วยความจำลดลง หรือผู้ซื้อชะลอการสั่งสินค้า มูลค่าส่งออกอาจลดลงได้ แม้ปริมาณสินค้าที่ส่งออกจะไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน
ยอดสะสมเก้าเดือนสูงกว่าปีก่อนมาก
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน เกาหลีใต้ส่งออกสะสม 8.145 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 7.093 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมากกว่าราว 1.052 แสนล้านดอลลาร์ ยอดรวมดังกล่าวยังสูงกว่าสถิติส่งออกตลอดทั้งปีของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 7.093 แสนล้านดอลลาร์
หากการส่งออกเดินหน้าด้วยอัตราปัจจุบัน ประเทศอาจผ่านระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน เป้าหมายดังกล่าวจะทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สี่ที่ทำยอดส่งออกต่อปีได้ถึงระดับนี้ ต่อจากเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร คิมจองกวาน ระบุว่า ยอดส่งออกสะสมเกิน 8 แสนล้านดอลลาร์แล้ว และเป้าหมายส่งออก 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีอยู่ในระยะเอื้อมถึง
การแตะระดับดังกล่าวมีความหมายมากกว่าการทำสถิติ เพราะสะท้อนขนาดของการค้าสินค้าระหว่างประเทศและความสามารถในการส่งสินค้าไปขายทั่วโลก แต่ยอดรวมเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าธุรกิจและครัวเรือนทุกกลุ่มจะได้รับประโยชน์เท่ากัน ผลกระทบยังขึ้นกับต้นทุนการผลิต รายได้ของบริษัท และการกระจายคำสั่งซื้อไปยังอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ดุลการค้าเกินดุลเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์
เกาหลีใต้นำเข้าในเดือนกันยายน 7.109 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน เมื่อนำมูลค่านำเข้าหักออกจากมูลค่าส่งออก ประเทศจึงมีดุลการค้าเกินดุล (มูลค่าสินค้าที่ขายออกมากกว่าสินค้าที่ซื้อเข้ามา) 4.985 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.037 หมื่นล้านดอลลาร์
นี่เป็นครั้งแรกที่ดุลการค้ารายเดือนของเกาหลีใต้เกิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนยอดเกินดุลสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงกันยายนอยู่ที่ 2.525 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.027 แสนล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในทางง่าย ๆ การเกินดุลหมายถึงรายรับจากการขายสินค้าให้ต่างประเทศสูงกว่ารายจ่ายในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ คล้ายกับครัวเรือนที่มีรายได้จากการขายของมากกว่าค่าใช้จ่ายในการซื้อของ อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมการค้าสินค้า ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้น เพราะแต่ละแห่งยังมีต้นทุนและภาระค่าใช้จ่ายต่างกัน
เบื้องหลังความสำคัญของการส่งออก
เกาหลีใต้เป็นเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างใกล้ชิด การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีจึงเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้บริษัทภายในประเทศมีลูกค้าและรายได้จากต่างประเทศ เมื่อคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตอาจต้องเร่งผลิตและจัดส่งสินค้า ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน โลจิสติกส์ และบริการที่เกี่ยวข้อง
แต่ผลดีจากการส่งออกจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ยาก หากอาศัยการเติบโตของสินค้าเพียงประเภทเดียวหรือช่วงเวลาที่ราคาสูงเป็นพิเศษ การขยายตลาดให้กับสินค้าหลายกลุ่มจึงช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น หากยอดขายชิปชะลอตัว สินค้ากลุ่มอื่นอาจช่วยพยุงรายได้จากการส่งออกโดยรวม
ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนทิศทางในช่วงปลายปี
รัฐบาลเกาหลีใต้เตือนว่า การกีดกันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้นและความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออก มาตรการกีดกันทางการค้า (กฎ ภาษี หรือข้อจำกัดที่ทำให้สินค้าจากต่างประเทศขายได้ยากขึ้น) อาจทำให้บริษัทต้องเผชิญต้นทุนสูงขึ้นหรือหาตลาดใหม่
ความตึงเครียดระหว่างประเทศอาจกระทบเส้นทางขนส่ง ราคาพลังงาน และความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ เมื่อการขนส่งใช้เวลานานขึ้นหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม บริษัทก็อาจต้องปรับแผนการส่งสินค้า แม้ความต้องการสินค้าในตลาดปลายทางยังอยู่ก็ตาม
รัฐบาลเตรียมรับมือความเสี่ยง
คิมจองกวานกล่าวว่า รัฐบาลจะรักษาการหารือระดับสูงกับเจ้าหน้าที่การค้าของประเทศเศรษฐกิจสำคัญ และติดตามความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับข้อจำกัดในการส่งออกอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงภายนอกที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
เป้าหมายของรัฐบาลคือรักษาแรงส่งการส่งออกให้ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงที่ยังต้องจับตาว่าความต้องการสินค้าเทคโนโลยีจะเดินหน้าต่อหรือไม่ รวมถึงดูว่าปัญหาการค้าและสถานการณ์ระหว่างประเทศจะส่งผลต่อต้นทุนและการจัดส่งมากเพียงใด
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้
- ยอดส่งออกชิป: ราคาหน่วยความจำและคำสั่งซื้อจะยังสนับสนุนการเติบโตในระดับสูงหรือไม่
- สินค้ากลุ่มอื่น: การส่งออกที่ไม่ใช่ชิปจะขยายตัวต่อเนื่องและช่วยกระจายแรงขับเคลื่อนได้มากเพียงใด
- ข้อจำกัดทางการค้า: กฎและมาตรการของประเทศคู่ค้าจะเพิ่มต้นทุนหรือทำให้การเข้าถึงตลาดยากขึ้นหรือไม่
- เป้าหมายทั้งปี: เกาหลีใต้จะผ่านระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้ภายในกลางเดือนพฤศจิกายนตามจังหวะปัจจุบันหรือไม่
สถิติเดือนกันยายนทำให้เป้าหมายส่งออก 1 ล้านล้านดอลลาร์ดูใกล้ความจริงขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์จากอัตราการส่งออกในปัจจุบัน ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันแล้ว ความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ ราคาสินค้า และความเสี่ยงระหว่างประเทศจะเป็นตัวกำหนดว่าแรงส่งครั้งนี้จะไปได้ไกลเพียงใด



















