ความหวังใหม่จากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดตลาดในวันอังคารด้วยความคึกคัก โดยพุ่งขึ้นเกือบ 3% จนเกือบแตะระดับ 6,000 จุด ดัชนี KOSPI (ดัชนีราคาหุ้นรวมของเกาหลีใต้) เพิ่มขึ้นถึง 159.13 จุด หรือคิดเป็น 2.74% มาอยู่ที่ 5,967.75 จุด

แรงบวกนี้เกิดจากความคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น การกลับมาพูดคุยกันเปรียบเสมือนการปลดล็อกความกังวลครั้งใหญ่ที่เคยกดดันตลาดมานาน

ประเด็นสำคัญ: Donald Trump ระบุว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมากว่าความขัดแย้งจะถูกแก้ไขด้วยวิธีการทางการทูต

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์นำทัพพุ่งแรง

หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและสถาบันการเงินเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันดัชนีให้สูงขึ้น ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่าง Samsung Electronics และ SK hynix ต่างมีราคาหุ้นที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างมากก่อนการประกาศผลประกอบการในสัปดาห์หน้า

นักลงทุนต่างชาติและสถาบันการเงินได้เข้าซื้อหุ้นสุทธิ (การที่ยอดซื้อมีมูลค่ารวมมากกว่ายอดขาย) รวมกว่า 2 ล้านล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเลือกที่จะขายทำกำไรออกมาในช่วงที่ราคากำลังปรับตัวสูงขึ้น

  • Samsung Electronics: เพิ่มขึ้น 2.74% อยู่ที่ 206,500 วอน
  • SK hynix: พุ่งขึ้นถึง 6.06% แตะระดับ 1,100,000 วอน
  • Hyundai Motor: ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.72% อยู่ที่ 491,500 วอน

จับตาทิศทางการเจรจาเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

เหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่านักลงทุนกำลังจับตาการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ โดยมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายได้เริ่มแลกเปลี่ยนรายละเอียดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (กระบวนการเพิ่มความเข้มข้นของแร่เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์) แล้ว

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความหวังว่าข้อตกลงที่ยั่งยืนอาจเกิดขึ้นได้จริง อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (บริษัทที่ผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร) กลับปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามลดน้อยลงในสายตาของนักลงทุน

นอกจากนี้ ค่าเงินวอนยังแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 1,481.2 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้น 8.1 วอนเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านักลงทุนเริ่มกลับมาเชื่อมั่นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจเกาหลีใต้อีกครั้ง