เหรียญทองที่เกาหลีใต้รอคอย
ซง ดาบินคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโดประเภทต่อสู้ รุ่นหญิงน้ำหนักมากกว่า 67 กิโลกรัม ในกีฬาเอเชียนเกมส์ไอจิ–นาโกยา 2026 หลังเอาชนะมู เหวินเจ๋อ นักกีฬาจากจีน ด้วยคะแนนรวม 2-1 ยก ที่ศูนย์กีฬาโทโยฮาชิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม
ผลการแข่งขันแต่ละยกคือ 4-2, 4-10 และ 8-5 ซงแพ้ในยกที่สอง แต่กลับมาทำคะแนนได้เหนือกว่าในยกตัดสิน คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในชีวิต และเป็นเหรียญทองแรกของทีมเกาหลีใต้ในเทควันโดประเภทต่อสู้ในการแข่งขันครั้งนี้
ชัยชนะของซง ดาบินเป็นทั้งความสำเร็จส่วนตัว และเหรียญทองที่ช่วยรักษาความภาคภูมิใจของเกาหลีใต้ในกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากประเทศนี้
จากความกดดันสู่ยกตัดสิน
การแข่งขันประเภทต่อสู้ หรือคยอรูกี เป็นการประลองที่นักกีฬาทำคะแนนด้วยการเตะและหมัดตามกติกา แต่ละยกมีคะแนนแยกกัน การชนะจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนรวมเพียงอย่างเดียว นักกีฬาต้องปรับแผนระหว่างยกและตอบโต้ให้เหมาะกับคู่แข่ง คล้ายกับการแก้เกมระหว่างการแข่งขันที่มีเวลาพักสั้น ๆ
ซงเริ่มต้นด้วยการชนะยกแรก 4-2 ก่อนเสียจังหวะในยกที่สอง ซึ่งมูทำคะแนนได้ถึง 10 แต้มต่อ 4 แต้ม อย่างไรก็ตาม ซงกลับมาคุมสถานการณ์ในยกสุดท้าย ทำคะแนน 8-5 และปิดการแข่งขันด้วยชัยชนะ 2 ยกต่อ 1
- ยกแรก: ซงชนะ 4-2
- ยกที่สอง: มูชนะ 10-4
- ยกที่สาม: ซงชนะ 8-5
ผลนี้นับเป็นเหรียญทองที่สามของทีมเทควันโดเกาหลีใต้ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ก่อนหน้านั้น ยุน กยูซองและจอง ฮาอึนคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันท่ารำเดี่ยวชายและหญิงตามลำดับ
ทองแรกในประเภทต่อสู้ และการกลับมาของรุ่นน้ำหนักมาก
เหรียญทองของซงยังมีความหมายต่อการแข่งขันในรุ่นหญิงน้ำหนักมากกว่า 67 กิโลกรัม ซึ่งเกาหลีใต้กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งหลังรอคอยมา 8 ปี ในเอเชียนเกมส์ปี 2018 เกาหลีใต้ได้เหรียญทองรุ่นนี้ ส่วนการแข่งขันปี 2022 ซึ่งจัดขึ้นในปี 2023 ได้เหรียญเงิน ทั้งสองครั้งเป็นผลงานของอี ดาบิน รุ่นพี่ในทีมชาติ
การได้เหรียญทองครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อความสำเร็จของนักกีฬาเกาหลีใต้ในรุ่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ของซงบนเวทีระดับทวีป โดยเฉพาะเมื่อเธอเพิ่งลงแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก
จุดเริ่มต้นจากการตามพี่ชายไปโรงฝึก
ซงเริ่มสนใจเทควันโดหลังตามพี่ชายไปที่โรงฝึก และเริ่มเป็นนักกีฬาอย่างจริงจังตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ความฝันที่จะติดทีมชาติชัดเจนขึ้นหลังเธอชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกริโอเดจาเนโรปี 2016 ซึ่งโอ ฮเยรีคว้าเหรียญทองในรุ่นน้ำหนัก 67 กิโลกรัม
ต่อมาโอ ฮเยรีได้เป็นอาจารย์ของซงที่มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติเกาหลี เส้นทางของทั้งสองจึงเชื่อมโยงกันทั้งในฐานะนักกีฬารุ่นพี่และผู้ฝึกสอน ผู้ที่เคยสร้างแรงบันดาลใจให้ซงในฐานะผู้ชม ได้กลายมาเป็นคนที่ช่วยแนะนำเธอในเส้นทางนักกีฬา
อาการบาดเจ็บก่อนการคัดเลือกทีมชาติ
ช่วงปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย ซงประสบอุบัติเหตุระหว่างฝึกซ้อมจนกระดูกจมูกหัก ทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนการคัดเลือกทีมชาติ เธอต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้แทบไม่มีโอกาสฝึกซ้อมตามปกติ และยังต้องลงแข่งในรุ่นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น 67 กิโลกรัมซึ่งเธอคุ้นเคย
ซงเคยเล่าว่าความรู้สึกเหมือนกำลังตามหลังคนอื่นและความกังวลว่าจะทำไม่ทันเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เธอผ่านช่วงนั้นด้วยการมุ่งฟื้นฟูร่างกายและฝึกซ้อมเป็นรายบุคคล จนสามารถคว้าตำแหน่งในทีมชาติได้
การเปลี่ยนรุ่นน้ำหนักพร้อมกับการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บทำให้เส้นทางสู่ทีมชาติของซงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่เธอค่อย ๆ กลับมาสร้างความพร้อมด้วยการฝึกฟื้นฟูและซ้อมเฉพาะทาง
สร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ
หลังขยับขึ้นมาแข่งขันในรุ่นน้ำหนักที่สูงขึ้น ซงเริ่มทำผลงานให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เธอคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียทั้งปี 2024 และ 2025 ซึ่งช่วยยืนยันว่าเธอสามารถแข่งขันกับนักกีฬาชั้นนำในรุ่นใหม่ได้
ก่อนเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ซงทำผลงานเป็นอันดับหนึ่งในการคัดเลือกครั้งแรก ทำให้ได้เปรียบในการพิจารณาตัวแทนทีมชาติ และเมื่อไม่มีคู่แข่งในรุ่นเดียวกันลงแข่งขันรอบคัดเลือกสุดท้าย เธอจึงได้สิทธิ์เป็นตัวแทนเกาหลีใต้
ผลงานก่อนเข้าสู่เอเชียนเกมส์ยังรวมถึงการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ที่มูจูเมื่อเดือนก่อน ซงเอาชนะลัวนา มาร์ตงจากฮังการีในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยมาร์ตงเคยคว้าแชมป์โลกสองสมัยติดต่อกัน จากนั้นซงพลิกสถานการณ์กลับมาชนะในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์เป็นครั้งแรกในอาชีพ
- เหรียญเงินชิงแชมป์เอเชียในปี 2024 และ 2025
- ชนะลัวนา มาร์ตงในรอบก่อนรองชนะเลิศรายการกรังด์ปรีซ์ที่มูจู
- คว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์ครั้งแรกก่อนลงแข่งขันเอเชียนเกมส์
- ปิดฉากเอเชียนเกมส์ครั้งแรกด้วยเหรียญทอง
ผลงานของทีมเกาหลีใต้
ก่อนเริ่มการแข่งขัน ทีมเทควันโดเกาหลีใต้ตั้งเป้าคว้าเหรียญทองจากประเภทต่อสู้ประมาณ 2-3 เหรียญ แต่เหรียญทองของซงเป็นเหรียญทองเดียวของทีมในประเภทนี้ ขณะที่นักกีฬาที่ถูกจับตามองหลายคนได้เหรียญทองแดง
อัน ฮยังชิกในรุ่นชาย 58 กิโลกรัม มุน จินโฮในรุ่นชาย 68 กิโลกรัม ควัก มินจูในรุ่นหญิง 67 กิโลกรัม และคัง ซังฮยอนในรุ่นชายมากกว่า 80 กิโลกรัม ต่างจบการแข่งขันด้วยเหรียญทองแดง
เมื่อรวมเหรียญจากท่ารำแล้ว เกาหลีใต้คว้าเหรียญทอง 3 เหรียญ และเหรียญทองแดง 4 เหรียญ ในการแข่งขันเทควันโดครั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทีมยังมีผลงานจากนักกีฬารุ่นใหม่ แต่ผลในประเภทต่อสู้ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ก่อนการแข่งขัน
สิ่งที่เหรียญของซงบอกถึงการแข่งขันครั้งต่อไป
ชัยชนะของซงยืนยันว่าเธอสามารถรับมือกับแรงกดดันในรอบชิงชนะเลิศและเปลี่ยนแผนหลังเสียยกได้ ขณะเดียวกัน การที่นักกีฬาคนอื่นของเกาหลีใต้ได้เหรียญทองแดงแทนเหรียญทอง ชี้ให้เห็นว่าการรักษาความได้เปรียบในแต่ละยกและการปิดเกมยังเป็นโจทย์สำคัญของทีม
สำหรับซง เหรียญทองครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญหลังผ่านทั้งอาการบาดเจ็บ การเปลี่ยนรุ่นน้ำหนัก และการพิสูจน์ตัวเองในรายการนานาชาติ ส่วนทีมเกาหลีใต้จะต้องใช้ผลงานครั้งนี้ประเมินการเตรียมตัวและวางแผนสำหรับการแข่งขันระดับทวีปและระดับโลกในอนาคต



















