ความมั่งคั่งของตระกูลแชโบล: การวิเคราะห์รายได้ผู้บริหารระดับสูงในเกาหลีใต้

ข้อมูลล่าสุดจาก CEO Score ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามข้อมูลองค์กร เผยให้เห็นตัวเลขรายได้ที่น่าตกใจของสมาชิกครอบครัวเจ้าของธุรกิจในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ โดยพบว่าในปี 2025 สมาชิกครอบครัวเจ้าของธุรกิจได้รับเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 2.7 พันล้านวอน (ประมาณ 65 ล้านบาท)

ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ผลตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงสุดในโครงสร้างธุรกิจแบบ Chaebol (แชโบล: กลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในเกาหลีใต้ เช่น Samsung หรือ Hyundai) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง


การเปรียบเทียบรายได้: ผู้บริหารระดับสูง vs พนักงานทั่วไป

เมื่อพิจารณาข้อมูลจากบริษัทในเครือ 460 แห่ง ภายใต้กลุ่มธุรกิจ 81 กลุ่ม พบว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรายได้ของเจ้าของธุรกิจและพนักงานระดับปฏิบัติการ

  • รายได้เฉลี่ยของสมาชิกครอบครัวเจ้าของธุรกิจ: 2.7 พันล้านวอน
  • รายได้เฉลี่ยของพนักงาน (ไม่รวมผู้บริหาร): 101.2 ล้านวอน

แม้ว่ารายได้ของพนักงานจะเพิ่มขึ้นถึง 11.1% จากปีก่อน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเติบโตที่รวดเร็ว แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรายได้ของเจ้าของธุรกิจ จะเห็นได้ว่าช่องว่างทางรายได้ยังคงกว้างมาก ซึ่งเป็นประเด็นทางสังคมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเกาหลีใต้อยู่เสมอ

ข้อสังเกตสำคัญ: การเพิ่มขึ้นของรายได้พนักงานอาจสะท้อนถึงการปรับฐานเงินเดือนเพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ (ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นเรื่อยๆ) ในขณะที่รายได้ของเจ้าของธุรกิจสะท้อนถึงผลกำไรและการควบคุมอำนาจในบริษัท

เปิดโผ 5 อันดับมหาเศรษฐีที่รับรายได้สูงสุด

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดไม่ใช่เพียงจากบริษัทเดียว แต่เป็นการรับเงินเดือนจากหลายบริษัทในเครือที่ตนเองถือหุ้นหรือบริหารอยู่

1. Kim Seung-youn (ประธานกลุ่ม Hanwha)

ครองอันดับหนึ่งด้วยรายได้รวม 2.48 หมื่นล้านวอน โดยเป็นการรับเงินเดือนรวมจากบริษัทในเครือถึง 5 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทการบริหารที่ครอบคลุมหลายภาคส่วนของกลุ่ม Hanwha

2. Shin Dong-bin (ประธานกลุ่ม Lotte)

ตามมาเป็นอันดับสองด้วยรายได้รวม 1.91 หมื่นล้านวอน

3. Park Jeong-won (ประธานกลุ่ม Doosan)

ได้รับรายได้รวม 1.81 หมื่นล้านวอน

4. Lee Jay-hyun (ประธานกลุ่ม CJ)

ได้รับรายได้รวม 1.77 หมื่นล้านวอน

5. Euisun Chung (ประธานบริหารกลุ่ม Hyundai Motor)

ได้รับรายได้รวม 1.75 หมื่นล้านวอน


กรณีพิเศษ: Lee Jae-yong แห่ง Samsung Group

สิ่งที่น่าสนใจคือ Lee Jae-yong ผู้นำของ Samsung Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กลับไม่อยู่ในรายชื่อผู้รับรายได้สูงสุด เนื่องจากมีรายงานว่าเขา ทำงานโดยไม่รับเงินเดือน มาตั้งแต่ปี 2017

การตัดสินใจไม่รับเงินเดือนของผู้นำ Samsung มักถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการลดแรงกดดันทางสังคมและลดภาพลักษณ์ความฟุ่มเฟือย ในขณะที่เขายังคงมีอำนาจในการบริหารและได้รับผลประโยชน์จากเงินปันผล (เงินส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้น) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักที่ไม่ได้ถูกนับรวมใน 'เงินเดือน' ประจำปี


บทวิเคราะห์และแนวโน้มในอนาคต

โครงสร้างรายได้เช่นนี้สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่พึ่งพาแชโบลเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบในหลายมิติ ดังนี้

  • การกระจุกตัวของความมั่งคั่ง: รายได้มหาศาลที่ไหลเข้าสู่ครอบครัวเจ้าของธุรกิจอาจนำไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ระดับโลก แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกไม่เท่าเทียมในหมู่แรงงาน
  • ธรรมาภิบาลขององค์กร: การที่ผู้บริหารคนเดียวรับเงินเดือนจากหลายบริษัทในเครือ นำไปสู่คำถามเรื่องความเหมาะสมและความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินของบริษัท
  • การปรับตัวสู่ยุคใหม่: ในอนาคต มีแนวโน้มว่าสังคมเกาหลีใต้จะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนของพนักงานทุกระดับ

<u>สรุปได้ว่า แม้ตัวเลขรายได้จะพุ่งสูงขึ้น แต่ความท้าทายที่แท้จริงของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้คือการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรของเจ้าของและการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานในระยะยาว</u>