คิมแฮดง ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเคมยอง (계명대 환경공학과) เขียนบทความที่เสนอว่าควรเร่งจัดตั้งระบบรับมือคลื่นความร้อนในเมือง บทความระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้เป็นต้นมา ยุโรปและพื้นที่ฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือเผชิญอุณหภูมิสูงถึง 40–46 องศา และในเกาหลีใต้ อุณหภูมิสูงสุดในเวลากลางวันที่เมืองยังซาน จังหวัดคยองซังใต้ สูงถึง 42.5 องศา โดยพื้นที่กว้างขวางใกล้ชายฝั่งทะเลใต้ก็มีอุณหภูมิเกิน 40 องศา คำบรรยายภาพประกอบข่าวระบุว่า อุณหภูมิ 42.5 องศาที่เมืองยังซานเป็นสถิติอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกในเกาหลีใต้
ประเด็นสำคัญของบทความไม่ได้หยุดอยู่ที่การเน้นย้ำความรุนแรงของคลื่นความร้อน แต่ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีเครื่องมือสำหรับประเมินความเสี่ยงจากความร้อนในเมืองและคุ้มครองประชาชนอยู่แล้ว ทว่าระบบที่เชื่อมโยงเครื่องมือเหล่านี้ให้หน่วยงานบริหารของแต่ละพื้นที่นำไปใช้จริงยังไม่เพียงพอ
ภูมิหลังและบริบท
บทความให้ความสำคัญกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (도시 열섬 효과: ปรากฏการณ์ที่อาคาร ถนน และสิ่งอื่น ๆ ในเมืองทำให้เขตเมืองร้อนกว่าพื้นที่โดยรอบ) โดยระบุว่าเนื้อหาเกี่ยวกับคลื่นความร้อนบนเว็บไซต์ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (세계기상기구, WMO) เน้นย้ำว่า อุณหภูมิในเขตเมืองอาจสูงกว่าพื้นที่ชานเมือง 5–10 องศา ดังนั้น อุณหภูมิตัวแทนของพื้นที่เพียงค่าเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายความร้อนที่ประชาชนเผชิญภายในเมืองได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นข้อกังวลที่บทความต้องการชี้ให้เห็น
ศาสตราจารย์คิมระบุว่า WMO เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ในหัวข้อ “เมืองต้องทำอะไรเพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนรุนแรง?” ข่าวประชาสัมพันธ์ดังกล่าวกล่าวถึงประเด็นสำคัญจากการประชุมเชิงปฏิบัติการรับมือคลื่นความร้อนในเมือง ซึ่งโครงการ iCA (프로젝트 iCA) ที่ WMO และสหภาพยุโรปร่วมมือกันจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ WMO ระหว่างวันที่ 28–29 เมษายน 2026 ตามที่บทความระบุ ในการประชุมมีการหยิบยกปัญหาว่า หน่วยงานบริหารเมืองมีข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่จำเป็นต่อการรับมือคลื่นความร้อนไม่เพียงพอ และยังขาดมาตรการที่เหมาะสมสำหรับปกป้องชีวิตประชาชน
ความหมายของข่าวนี้
บทความอธิบายว่า มีเครื่องมืออยู่แล้ว เช่น แผนที่ความเสี่ยงจากความร้อน แบบจำลองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ เทคนิคการวางผังเมืองเพื่อลดอุณหภูมิที่สูงในเมือง และเครื่องมือประเมินประสิทธิผลของการลงทุน ดังนั้น จุดเน้นของการรับมืออาจไม่ใช่แค่การพัฒนาเครื่องมือใหม่ แต่รวมถึงการเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับสภาพของแต่ละพื้นที่ นำไปใช้จริงในงานบริหาร และขยายผลด้วย เพราะแม้จะมีงานวิจัยสะสมเพิ่มขึ้น หากไม่มีระบบผู้รับผิดชอบและคู่มือที่เชื่อมโยงการประกาศเตือนเข้ากับการดำเนินมาตรการ ข้อมูลความเสี่ยงก็อาจไม่ได้นำไปสู่การคุ้มครองประชาชน
ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนในเมืองที่ต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน โดยบทความชี้ว่ากลุ่มเปราะบางมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น หากแผนที่ความเสี่ยงจากความร้อนของเมืองหนึ่งแสดงให้เห็นว่าบางพื้นที่เสี่ยงต่ออุณหภูมิสูง ก็อาจพิจารณาได้ว่าหน่วยงานบริหารจะเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ การแจ้งเตือนด้านสุขภาพจากอุณหภูมิสูง หรือคู่มือรับมือ เพื่อนำไปใช้คุ้มครองประชาชนได้หรือไม่ นี่เป็นตัวอย่างสมมติที่อธิบายแนวทางการเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ และบทความไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่ามีการใช้การแจ้งเตือนแบบใดจริงในพื้นที่ใดบ้าง
ศาสตราจารย์คิมเขียนว่า ในเกาหลีใต้มีการทำโครงการวิจัยเรื่องคลื่นความร้อนซ้ำ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้คู่มือการบริหารจัดการเพื่อรับมือที่สอดคล้องกับข้อมูลคลื่นความร้อนของแต่ละเมือง และระบบแจ้งเตือนด้านสุขภาพเมื่ออุณหภูมิสูง ประเด็นของการเปรียบเทียบนี้ไม่ได้เป็นการปฏิเสธความจำเป็นของงานวิจัย แต่เป็นการตั้งคำถามว่างานวิจัยนำไปสู่การบริหารจัดการที่ปฏิบัติได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากบทความเพียงอย่างเดียวไม่อาจตัดสินได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดในเกาหลีใต้มีระบบรับมือแบบใด หรือเมืองใดควรเป็นเป้าหมายลำดับแรก
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- บทความระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้เป็นต้นมา ยุโรปและพื้นที่ฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิสูงถึง 40–46 องศา
- บทความระบุว่า อุณหภูมิสูงสุดในเวลากลางวันที่เมืองยังซาน จังหวัดคยองซังใต้ สูงถึง 42.5 องศา และพื้นที่กว้างขวางใกล้ชายฝั่งทะเลใต้ก็มีอุณหภูมิเกิน 40 องศา คำบรรยายภาพประกอบข่าวนำเสนอตัวเลขของเมืองยังซานว่าเป็นอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกในเกาหลีใต้
- ตามบทความ WMO เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับมือคลื่นความร้อนในเมืองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 และ iCA จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการที่สำนักงานใหญ่ WMO ระหว่างวันที่ 28–29 เมษายนปีเดียวกัน
- บทความอธิบายว่า มีเครื่องมือรับมือคลื่นความร้อนอยู่แล้ว เช่น แผนที่ความเสี่ยงจากความร้อนและแบบจำลองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
- ศาสตราจารย์คิมกล่าวว่า ในเกาหลีใต้มีการทำโครงการวิจัยซ้ำ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้คู่มือรับมือและระบบแจ้งเตือนด้านสุขภาพเมื่ออุณหภูมิสูงที่จัดทำขึ้นตามข้อมูลของแต่ละเมือง
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- กำหนดการที่ชัดเจนและหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการจัดตั้งระบบแจ้งเตือนด้านสุขภาพเมื่ออุณหภูมิสูงสำหรับแต่ละเมืองในเกาหลีใต้คืออะไร?
- มีการกำหนดงบประมาณสำหรับจัดตั้งระบบรับมือของแต่ละเมืองและพื้นที่ที่จะนำระบบไปใช้เป็นลำดับแรกแล้วหรือไม่?
- ปัจจุบันแต่ละเมืองใช้แผนที่ความเสี่ยงจากความร้อน เครื่องมือประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ และคู่มือการบริหารจัดการใดบ้าง?
สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ
- ผู้อ่านสามารถตรวจสอบได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่มีคู่มือรับมือคลื่นความร้อนหรือระบบแจ้งเตือนด้านสุขภาพเมื่ออุณหภูมิสูงหรือไม่ และหากมี ใช้ข้อมูลและเกณฑ์ใด
- สามารถตรวจสอบได้ว่าแผนรับมือคลื่นความร้อนในพื้นที่มีมาตรการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและข้อมูลความเสี่ยงจากความร้อนของแต่ละเมืองรวมอยู่ในการดำเนินงานจริงหรือไม่
- นอกจากการวิจัยหรือพัฒนาเครื่องมือใหม่แล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่ามีการเปิดเผยพื้นที่ที่จะนำไปใช้ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดการดำเนินงานหรือไม่ บทความไม่ได้เปิดเผยกำหนดการ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ หรืองบประมาณที่เจาะจงเหล่านี้




















