จากสามีของดาวดัง สู่แชมป์เอเชียนเกมส์สองรายการ

อี กอนฮยอก นักยิงปืนวัย 27 ปีจากเกาหลีใต้ กลายเป็นหนึ่งในตัวเอกของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ไอจิ–นาโกยา หลังคว้า เหรียญทอง 2 รายการ ในกีฬายิงปืนชาย ประเภทปืนพกยิงเร็วระยะ 25 เมตร เขาเป็นสามีของคิม เยจี นักยิงปืนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกหลังคว้าเหรียญเงินในโอลิมปิกปารีสปี 2024

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เรื่องราวของครอบครัวนักกีฬายิงปืนกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่คราวนี้อีไม่ได้เป็นเพียงคู่ชีวิตของนักกีฬาคนดัง เขาพิสูจน์ด้วยผลงานของตัวเองว่าเขาสามารถยืนอยู่บนแท่นแชมป์ได้เช่นกัน

อี กอนฮยอกคว้าเหรียญทองทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล โดยการชิงชัยส่วนบุคคลต้องตัดสินกันถึงการยิงรอบพิเศษ

ทองประเภททีมที่รอคอยมานาน 12 ปี

วันที่ 1 ตุลาคม อีลงแข่งขันประเภททีมร่วมกับซง จงโฮ และยุน ซอ-ยอง ก่อนช่วยให้เกาหลีใต้คว้าเหรียญทองในรายการปืนพกยิงเร็ว 25 เมตร นับเป็นเหรียญทองของเกาหลีใต้ในประเภทนี้ครั้งแรกในรอบ 12 ปี

ปืนพกยิงเร็วเป็นการแข่งขันที่นักกีฬาต้องเล็งและยิงใส่เป้าหมายหลายชุดภายในเวลาที่กำหนด จึงต้องควบคุมทั้งความแม่นยำ การเคลื่อนไหว และสมาธิไปพร้อมกัน ลักษณะคล้ายการทำงานที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แต่ยังต้องรักษาความถูกต้องทุกขั้นตอน

เหรียญทองประเภททีมยังสะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกัน เพราะคะแนนของสมาชิกแต่ละคนมีส่วนต่อผลรวมของทีม นักกีฬาจึงต้องรักษามาตรฐานของตัวเอง พร้อมพึ่งพาและสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมในช่วงที่การแข่งขันกดดัน

ดวลรอบพิเศษจนได้ทองประเภทบุคคล

หลังจบการแข่งขันประเภททีม อีลงสนามต่อในรอบชิงชนะเลิศประเภทบุคคล และต้องดวลกับซู เหลียนป๋อฝาน นักกีฬาจากจีน การแข่งขันสูสีจนต้องตัดสินด้วยการยิงรอบพิเศษครั้งที่สอง ซึ่งเรียกว่า การดวลชี้ขาด คือการยิงเพิ่มเพื่อหาผู้ชนะเมื่อคะแนนยังใกล้เคียงกัน

อีผ่านช่วงกดดันนั้นไปได้และคว้าเหรียญทองอีกหนึ่งเหรียญ ทำให้เขาจบวันด้วยสถานะแชมป์สองรายการ เมื่ออยู่บนแท่นยิงในช่วงชี้ขาด เขาบอกว่าคิดถึงภรรยาและลูก ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในเวลาที่ต้องรวบรวมสมาธิให้มั่นคง

“ตอนยืนอยู่บนแท่นยิงรอบชี้ขาด ผมนึกถึงภรรยากับลูก” อีกล่าว พร้อมบอกว่าอยากนำเหรียญไปคล้องคอลูก

คำหยอกของคิม เยจี กลายเป็นสีสันหลังคว้าแชมป์

อีเล่าว่าคิม เยจีเคยหยอกเขาว่า หากกลับบ้านโดยไม่ได้เหรียญทอง เธอจะเปลี่ยนรหัสประตูบ้าน คำพูดนี้เป็นการแซวกันในครอบครัว แต่เมื่ออีคว้าเหรียญทองได้จริง เรื่องราวก็กลายเป็นสีสันของชัยชนะ

เขากล่าวติดตลกว่า หากภรรยาล็อกบ้านจริงก็คงเสียใจ พร้อมฝากคำบอกรักถึงเธอ คิม เยจีเป็นเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกปารีสปี 2024 และเคยได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลกจากความสามารถและบุคลิกในสนามแข่งขัน

ความสำเร็จของทั้งคู่ทำให้ครอบครัวนี้มีประสบการณ์กับการแข่งขันระดับสูงทั้งสองคน อย่างไรก็ตาม อีเน้นถึงความรู้สึกส่วนตัวหลังคว้าแชมป์ โดยอยากแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขกับภรรยาและลูก ไม่ใช่เพียงเฉลิมฉลองชัยชนะในสนามเท่านั้น


ทีมยิงปืนเกาหลีใต้มีเรื่องราวของนักกีฬาหลายครอบครัว

ยุน ซอ-ยอง ซึ่งร่วมทีมกับอีในการแข่งขันประเภททีม ก็มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับกีฬายิงปืน พ่อและพี่ชายของเธอเป็นนักกีฬายิงปืนเช่นกัน แต่เธอกล่าวว่าเธอเป็นคนแรกในครอบครัวที่คว้าเหรียญจากการเป็นนักกีฬาทีมชาติ

ยุนยังมีความสัมพันธ์กับชู กา-อึน นักกีฬาที่คว้าเหรียญทองแรกให้ทีมยิงปืนเกาหลีใต้ในการแข่งขันครั้งนี้ เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาสามารถเชื่อมโยงผู้คนทั้งในสนามและในชีวิตส่วนตัว แต่เมื่อเริ่มการแข่งขัน นักกีฬาแต่ละคนก็ยังต้องรับผิดชอบผลงานของตัวเองอย่างเต็มที่


คิม จงโฮสร้างประวัติศาสตร์ในธนูคอมพาวด์

นอกจากยิงปืนแล้ว เกาหลีใต้ยังคว้าเหรียญทองในกีฬายิงธนูคอมพาวด์ชายประเภทบุคคล จากคิม จงโฮ เขาชนะฉาง เฉิงเว่ย จากไต้หวันด้วยคะแนน 149 ต่อ 145 และกลายเป็นนักกีฬาเกาหลีใต้คนแรกที่คว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ประเภทบุคคลชายในธนูคอมพาวด์

ธนูคอมพาวด์ใช้คันธนูที่มีระบบรอกช่วยผ่อนแรง ทำให้นักกีฬาดึงสายธนูและเล็งได้อย่างมั่นคง ต่างจากธนูรีเคิร์ฟที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกทั่วไป คิมทำคะแนนได้เกือบสมบูรณ์แบบ โดยในการยิง 15 ครั้งมีเพียงครั้งเดียวที่ได้ 9 คะแนน ส่วนครั้งอื่นทำได้ 10 คะแนนทั้งหมด

ก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ คิมต้องรับมือกับความผิดหวังหลังทีมชายจบอันดับสี่ อีกทั้งยังมีอาการปวดศีรษะและนอนไม่หลับ เขาบอกตัวเองว่าการแข่งขันประเภทบุคคลครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้าย จึงไม่ควรยอมแพ้ และเปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นแรงผลักดัน

ทีมธนูคอมพาวด์เกาหลีใต้จบการแข่งขันด้วยเหรียญทอง 1 เหรียญ เหรียญเงิน 1 เหรียญ และเหรียญทองแดง 2 เหรียญ คิมกล่าวว่าดีใจที่คว้าเหรียญทองมาได้ ก่อนส่งกำลังใจให้ทีมธนูรีเคิร์ฟที่เตรียมลงแข่งขันชิงเหรียญในวันที่ 2 และ 3 ตุลาคม


เทควันโดพุมเซคว้าทองต่อเนื่อง

เกาหลีใต้ยังได้เหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโดพุมเซประเภทบุคคลทั้งชายและหญิง โดยยุน กยู-ซองคว้าแชมป์ฝ่ายชาย และจอง ฮา-อึนคว้าแชมป์ฝ่ายหญิง พุมเซคือการแสดงชุดท่าต่อสู้ตามลำดับที่กำหนด โดยกรรมการพิจารณาความแม่นยำ ความสมดุล และความสมบูรณ์ของท่า

นับตั้งแต่พุมเซถูกบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญในเอเชียนเกมส์ปี 2018 ที่จาการ์ตา–ปาเล็มบัง นักกีฬาเกาหลีใต้รักษาความสำเร็จได้ต่อเนื่อง โดยฝ่ายชายคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน ส่วนฝ่ายหญิงคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ยุนเป็นทหารที่เข้ารับราชการเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน เขาขอบคุณเพื่อนร่วมหน่วยที่ช่วยสนับสนุน และกล่าวว่าคิดถึงเพื่อนทหาร ขณะที่จองลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งแรกทั้งที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างและกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง เธอเล่าถึงการล้มแล้วลุกขึ้นสู้จนคว้าเหรียญทองได้

ความสำเร็จที่เกิดจากความแม่นยำและการไม่ยอมแพ้

ผลงานของนักกีฬาเกาหลีใต้ในวันดังกล่าวมีทั้งการยิงที่ต้องควบคุมสมาธิในเสี้ยววินาที การยิงธนูที่ต้องรักษาความแม่นยำทุกดอก และการแสดงท่าพุมเซที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างละเอียด ความสำเร็จจึงไม่ได้เกิดจากจังหวะสุดท้ายเพียงครั้งเดียว แต่สะสมมาจากการเตรียมตัวและการรับมือกับแรงกดดันตลอดการแข่งขัน

สำหรับอี กอนฮยอก เหรียญทองสองรายการยังเป็นช่วงเวลาที่ได้แบ่งปันกับครอบครัว เขาตั้งใจจะนำเหรียญไปให้ลูก และฝากคำว่ารักถึงคิม เยจี ขณะที่เรื่องรหัสประตูบ้านที่ภรรยาแซวไว้ก็กลายเป็นบทสนทนาสบาย ๆ หลังวันแห่งชัยชนะอันเข้มข้น