สหรัฐฯ ต้องการพันธมิตรเพื่อฟื้นฟูการต่อเรือ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวกล่าวว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องร่วมมือด้านการต่อเรือกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่อเรือและกองทัพเรือของประเทศ

รัสเซลล์ วอท ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาว กล่าวถึงประเด็นนี้ระหว่างการประชุมเสวนาในกรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ เขาเน้นด้วยว่า บริษัทที่เข้ามาลงทุนและสร้างกิจกรรมทางธุรกิจในสหรัฐฯ ควรได้รับโอกาสและผลตอบแทนที่เหมาะสม

วอทกล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการทำงานร่วมกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เรียนรู้วิธีที่ทั้งสองประเทศต่อเรือ แล้วนำความรู้มาปรับใช้ในสหรัฐฯ

เรียนรู้จากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ

การต่อเรือขนาดใหญ่ต้องอาศัยทั้งโรงงาน แรงงานฝีมือ ห่วงโซ่อุปทาน และการวางแผนระยะยาว ไม่ใช่เพียงการประกอบชิ้นส่วนให้กลายเป็นเรือเท่านั้น ความร่วมมือกับประเทศที่มีประสบการณ์จึงอาจช่วยให้สหรัฐฯ เข้าใจวิธีจัดการกระบวนการผลิตและพัฒนาทักษะของแรงงานได้ดีขึ้น

ตัวอย่างเช่น การต่อเรือหนึ่งลำต้องประสานงานระหว่างผู้ผลิตเหล็ก ผู้ทำเครื่องยนต์ ผู้จัดหาอุปกรณ์นำทาง และอู่ต่อเรือ หากส่วนใดส่วนหนึ่งล่าช้า งานทั้งหมดก็อาจสะดุด การเรียนรู้วิธีประสานงานและควบคุมคุณภาพจากประเทศคู่ร่วมมืออาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสหรัฐฯ

เหตุใดอุตสาหกรรมต่อเรือจึงสำคัญ

อุตสาหกรรมนี้เชื่อมโยงกับทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เรือพาณิชย์ใช้ขนส่งสินค้า ส่วนเรือของกองทัพเรือมีบทบาทในการปฏิบัติภารกิจทางทะเล การมีขีดความสามารถต่อเรือภายในประเทศจึงอาจช่วยให้รัฐบาลพึ่งพาฐานการผลิตในประเทศได้มากขึ้น


การลงทุนของฮันฮวาถูกยกเป็นตัวอย่าง

วอทกล่าวถึงการลงทุนครั้งใหญ่ของกลุ่มฮันฮวาจากเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าซื้ออู่ต่อเรือฟิลาเดลเฟียในรัฐเพนซิลเวเนีย การลงทุนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของบริษัทต่างชาติในภาคการต่อเรือของสหรัฐฯ และทำให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลจะเปลี่ยนเงินลงทุนเหล่านี้ให้เป็นการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศได้อย่างไร

การมีโรงงานและเงินทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การฟื้นฟูอุตสาหกรรมยังต้องอาศัยแรงงานที่ผ่านการฝึกอบรม ผู้จัดหาชิ้นส่วนที่เชื่อถือได้ และความต้องการสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง หากมีคำสั่งซื้อไม่แน่นอน บริษัทอาจลังเลที่จะลงทุนเพิ่มหรือขยายกำลังการผลิต

สัญญารัฐบาลกับโอกาสของบริษัท

วอทเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสในการทำสัญญาของรัฐบาลกลาง (ข้อตกลงที่หน่วยงานรัฐบาลว่าจ้างบริษัทให้จัดหาสินค้าหรือบริการ) ให้แก่บริษัทมากขึ้น แทนการให้ความสำคัญกับผู้รับเหมาหลักเพียงไม่กี่ราย ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้บริการมาเป็นเวลานาน

  • การเปิดรับผู้เสนอราคาหลากหลายรายอาจเพิ่มการแข่งขันและสร้างทางเลือกให้หน่วยงานรัฐ
  • บริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดหรือเพิ่งลงทุนอาจมีโอกาสแสดงความสามารถผ่านโครงการของรัฐบาล
  • การพิจารณาควรคำนึงถึงคุณภาพ กำหนดส่งมอบ และความสามารถในการผลิต ไม่ใช่เพียงประวัติการทำสัญญาเดิม

ทำไมการให้รางวัลแก่นักลงทุนจึงเป็นประเด็น

การลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนสูงมักมีความเสี่ยง บริษัทอาจต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อปรับปรุงโรงงาน ซื้อเครื่องจักร และฝึกอบรมพนักงาน ก่อนจะเริ่มผลิตหรือได้รับรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ได้เต็มที่ วอทจึงเน้นแนวคิดว่า บริษัทที่เลือกลงทุนในสหรัฐฯ ควรได้รับแรงจูงใจและโอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสม

ในทางปฏิบัติ การให้รางวัลแก่นักลงทุนอาจหมายถึงการเปิดโอกาสให้แข่งขันเพื่อรับสัญญาของรัฐ หรือการทำให้กฎและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม การให้โอกาสต้องไม่ทำให้มาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ หรือความโปร่งใสลดลง เพราะเรือที่ผลิตขึ้นต้องมีความทนทานและทำงานได้ตามข้อกำหนด


ความร่วมมืออาจช่วยได้ แต่ยังมีโจทย์ระยะยาว

การเรียนรู้จากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะสามารถฟื้นฟูอุตสาหกรรมได้ทันที การสร้างกำลังการผลิตต้องใช้เวลา และต้องมีทั้งแรงงานที่มีทักษะ โรงงานที่พร้อมใช้งาน และระบบจัดหาวัตถุดิบที่ทำงานได้ต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาว มากกว่าจะเป็นคำตอบเพียงอย่างเดียว

อีกประเด็นสำคัญคือการทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะมีงานต่อเนื่อง หากรัฐบาลต้องการให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่ม บริษัทก็จำเป็นต้องเห็นโอกาสทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่ไม่อยากซื้อเครื่องจักรราคาแพง หากไม่รู้ว่าจะมีลูกค้าและคำสั่งซื้อในอนาคตหรือไม่

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

  • รัฐบาลสหรัฐฯ จะกำหนดแนวทางให้บริษัทที่ลงทุนเข้าถึงสัญญาของรัฐอย่างไร
  • ความร่วมมือกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะนำไปสู่การถ่ายทอดความรู้และการพัฒนาทักษะแรงงานในระดับใด
  • การลงทุนในอู่ต่อเรือฟิลาเดลเฟียจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างโอกาสทางธุรกิจในสหรัฐฯ ได้มากเพียงใด
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้บริษัทมีเหตุผลที่จะลงทุนต่อ และทำให้อุตสาหกรรมในประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน