ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เรียกร้องให้ยุติวงจรอุบาทว์ของความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้า แล้วสร้างวงจรที่เกื้อหนุนสันติภาพและความรุ่งเรือง เนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปีปฏิญญาการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ–เกาหลีใต้ 10·4 (10·4 남북정상선언) ข้อความดังกล่าวอยู่ในคำปราศรัยเป็นลายลักษณ์อักษรที่คิม นัม-จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงรวมชาติ (통일부) อ่านแทนประธานาธิบดีในพิธีรำลึกวันนั้น ประธานาธิบดีอีกล่าวว่า แม้หนทางแก้ไขปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีและสถาปนาสันติภาพจะไม่ง่าย แต่เป้าหมายที่ต้องมุ่งไปนั้นชัดเจน
ภูมิหลังและบริบท
ปฏิญญาการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ–เกาหลีใต้ 10·4 เป็นข้อตกลงที่อดีตประธานาธิบดีโน มู-ฮยอน ผู้ล่วงลับ และประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติเกาหลีเหนือ คิม จอง-อิล ผู้ล่วงลับ บรรลุร่วมกันเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2007 คิม จอง-อิลเป็นบิดาของคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ประธานาธิบดีอีประเมินว่าปฏิญญานี้เป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่มุ่งเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ให้เป็นความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันเดินหน้าสู่ระบบสันติภาพถาวร
รายงานหนึ่งระบุว่า ปฏิญญานี้มีเนื้อหาสืบทอดเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมเกาหลีเหนือ–เกาหลีใต้ 6·15 (6·15 남북공동선언) ยุติความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์ทางทหาร สร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อจัดตั้งระบบสันติภาพ ร่วมมือผลักดันการประกาศยุติสงคราม และดำเนินโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภูมิหลังดังกล่าวแสดงให้เห็นบริบทที่ประธานาธิบดีอีกล่าวถึงปฏิญญา 10·4 ในฐานะข้อตกลงที่กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ระลึกถึงในวันครบรอบ
ความจริงที่ว่าการหารือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมาไม่ราบรื่นก็เป็นประเด็นที่ควรคำนึงถึงในการอ่านสารนี้ รายงานหนึ่งระบุว่า ในสุนทรพจน์เนื่องในวันกองทัพเกาหลีใต้ (국군의날) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ประธานาธิบดีอีได้ปลอบขวัญทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร (DMZ) และเรียกร้องให้ฟื้นฟูการเจรจากับเกาหลีเหนือ วันถัดมา คิม โยจอง ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทั่วไปของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ (북한 노동당 총무부장) วิจารณ์คำกล่าวดังกล่าวในแถลงการณ์และปฏิเสธการเจรจา เมื่อพิจารณาสถานการณ์เช่นนี้ สารเนื่องในวันครบรอบ 10·4 อาจมองได้ว่าเป็นการเน้นย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ความหมายของข่าวนี้
คำกล่าวของประธานาธิบดีอีเป็นสารทางการเมืองที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลกำหนดเป้าหมายความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ไว้ที่การลดความเป็นปรปักษ์ และมุ่งไปสู่สันติภาพกับความรุ่งเรือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวินิจฉัยว่าความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้าเข้ามาแทนที่ในช่วงที่คำมั่นเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองยังไม่เกิดขึ้นจริง สะท้อนความคิดที่ว่าต้องเปลี่ยนวงจรอุบาทว์ของความสัมพันธ์ แทนที่จะเพียงรำลึกถึงข้อตกลงในอดีต
อย่างไรก็ตาม การระบุเป้าหมายกับการเสนอมาตรการเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเป็นคนละเรื่องกัน จากคำกล่าวที่มีรายงานเพียงอย่างเดียว ยังไม่ทราบว่าจะฟื้นฟูการเจรจาอย่างไร หรือจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนหรือโครงการใดก่อน ดังนั้น คำถามต่อไปที่สำคัญสำหรับผู้อ่านจึงไม่ใช่แค่ทิศทางด้านสันติภาพ แต่รวมถึงทิศทางนั้นจะนำไปสู่นโยบายที่เป็นรูปธรรมและการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้จริงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ผู้อ่านที่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้อาจติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในระยะต่อไป เพื่อดูว่าจะมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมสำหรับการกลับมาเจรจา หรือมีโครงการที่สืบทอดเจตนารมณ์ของปฏิญญาหรือไม่ นี่เป็นเพียงตัวอย่างของแนวทางที่อาจใช้ตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าคำกล่าวครั้งนี้ได้กำหนดมาตรการดังกล่าวไว้แล้ว
ประเด็นที่รายงานต่างกัน
รายงานสองชิ้นใช้ถ้อยคำอธิบายความหมายของปฏิญญาและรายละเอียดแตกต่างกัน รายงานหนึ่งกล่าวว่าเป็นข้อตกลงเพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์ไปสู่ “การเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน” และยุติความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์ทางทหาร ส่วนอีกรายงานสรุปว่าเป็นข้อตกลงที่มุ่งสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันและระบบสันติภาพถาวร โดยภาพรวมมีจุดร่วมอยู่ที่สันติภาพและความไว้วางใจ แต่ขอบเขตของถ้อยคำและประเด็นที่เน้นย้ำไม่เหมือนกัน
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้
- คิม นัม-จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงรวมชาติ เป็นผู้อ่านสารของประธานาธิบดีอีเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปีปฏิญญา 10·4
- ประธานาธิบดีเรียกร้องให้ยุติวงจรอุบาทว์ของความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้า แล้วสร้างวงจรที่เกื้อหนุนสันติภาพและความรุ่งเรือง
- ปฏิญญา 10·4 จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2007 โดยอดีตประธานาธิบดีโน มู-ฮยอน และประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติเกาหลีเหนือ คิม จอง-อิล
- ประธานาธิบดีอีกล่าวว่า คำมั่นเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองยังไม่เกิดขึ้นจริง และถูกแทนที่ด้วยความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้า
- ประธานาธิบดีเรียกร้องให้สืบทอดความมุ่งมั่นของอดีตประธานาธิบดีโนในการมุ่งสู่สันติภาพและความรุ่งเรือง
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ประธานาธิบดีเสนอให้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้างเพื่อยุติวงจรอุบาทว์ของความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้า?
- เนื้อหาส่วนที่เหลือของสุนทรพจน์ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายงานมีแนวคิดเกี่ยวกับเกาหลีเหนือหรือความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้อย่างไรบ้าง?
- ยังยืนยันไม่ได้ว่าสารเนื่องในวันครบรอบจะนำไปสู่นโยบายจริงหรือการเปลี่ยนแปลงด้านการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้หรือไม่
สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม
- ติดตามว่ารัฐบาลจะเปิดเผยข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมหรือแผนปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูการเจรจาในประกาศที่จะมีขึ้นต่อไปหรือไม่
- ตรวจสอบว่านโยบายหรือโครงการใดถูกเสนอขึ้นเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของปฏิญญา และแยกเป้าหมายที่ประกาศไว้ออกจากมาตรการที่ดำเนินการจริง
- ติดตามปฏิกิริยาจากเกาหลีเหนือและความเคลื่อนไหวต่อเนื่องระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ โดยไม่ด่วนสรุปจากสุนทรพจน์รำลึกเพียงอย่างเดียวว่ามีการบรรลุข้อตกลงหรือกลับมาเจรจากันแล้ว
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: en.yna.co.kr




















