เกิดอะไรขึ้นกับ Booking.com?

Booking.com แพลตฟอร์มจองที่พักที่มีรายชื่อโรงแรมมากกว่า 30 ล้านแห่งทั่วโลก ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์อีกครั้ง โดยบริษัทพบว่ามี "บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต" แอบเข้าถึงข้อมูลการจองของลูกค้า เปรียบเสมือนมีคนแปลกหน้าแอบเข้ามาเปิดดูสมุดรายชื่อแขกในโรงแรมและจดข้อมูลของคุณไป

ทางบริษัทระบุว่าได้สั่งการแก้ไขปัญหาในทันทีหลังจากตรวจพบกิจกรรมที่น่าสงสัย นอกจากนี้ยังได้ทำการอัปเดตรหัส PIN สำหรับการจองที่ได้รับผลกระทบใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด

ข้อมูลส่วนไหนของคุณที่อาจตกอยู่ในอันตราย?

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ข้อมูลที่แฮกเกอร์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทักษะในทางที่ผิด) อาจเข้าถึงได้นั้นมีความละเอียดอ่อนพอสมควร ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการจอง
  • อีเมล และรายละเอียดต่างๆ ของการเข้าพักในอดีต
  • ประวัติการแชท หรือข้อความที่คุณเคยคุยกับที่พักผ่านระบบของเว็บไซต์
ข้อความสำคัญ: โฆษกของบริษัทเน้นย้ำว่า ข้อมูลทางการเงิน (เช่น เลขบัตรเครดิตหรือรหัสผ่านธนาคาร) ยังไม่ถูกเข้าถึงในการแฮกครั้งนี้ ลูกค้าจึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกหักเงินจากบัตรในทันที

ระวังกลโกง "การชำระเงินปลอม" ที่กำลังระบาด

ปัจจุบัน Booking.com กำลังต่อสู้กับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ (Online Scams) ที่เพิ่มสูงขึ้น มิจฉาชีพมักจะส่งข้อความมาหาลูกค้าโดยอ้างว่ามาจากที่พัก เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลบัตรหรือชำระเงินล่วงหน้าก่อนการเดินทาง หากคุณหลงเชื่อกดลิงก์และกรอกข้อมูล อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากได้

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในปี 2018 เคยเกิดกรณีการหลอกเอาข้อมูลล็อกอิน (Phishing) จากพนักงานโรงแรมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทำให้ข้อมูลของแขกกว่า 4,000 คนถูกเปิดเผยมาแล้ว

รู้จักกับอาณาจักร Booking Holdings

Booking.com เป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings บริษัทสัญชาติอเมริกาที่มีมูลค่าสูงถึง 1.37 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้พวกเขายังเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Agoda, Kayak และ OpenTable อีกด้วย

ในอดีตบริษัทเคยถูกหน่วยงานกำกับดูแลความเป็นส่วนตัวของเนเธอร์แลนด์สั่งปรับเงินถึง 475,000 ยูโร (ประมาณ 18 ล้านบาท) เนื่องจากแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลล่าช้ากว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 22 วัน ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงในด้านความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า