เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม จอง จอมชิก หัวหน้าฝ่ายในสภาของพรรคพลังประชาชน แนะนำให้อี แจมยอง ประธานาธิบดี ระงับการใช้ SNS (สื่อสังคมออนไลน์) ไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าข้อความของประธานาธิบดีชวนให้กังวล เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ประชาชนเผชิญ ในวันเดียวกัน อีโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการปฏิรูปและทิศทางการบริหารประเทศ ส่วนพรรคพลังประชาชนก็หยิบยกความเป็นไปได้ที่มีการแฮ็กโดยใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มุ่งเป้าภาคการเงิน รวมถึงความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล อย่างไรก็ตาม ข่าวไม่ได้ยืนยันตัวผู้โจมตีธนาคาร ขอบเขตความเสียหาย หรือว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจริงหรือไม่
ภูมิหลังและบริบท
คำวิจารณ์ของจองมุ่งไปที่กรณีที่อีโพสต์บน X เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยแชร์โพสต์ของผู้สนับสนุนและเขียนว่า “มาร่วมกันให้มาก ๆ นะครับ พูดแบบ ‘จวาอาฮาเก’ กันเถอะ” ตามรายงาน คำว่า ‘จวาอาฮาเก’ เป็นสำนวนที่กลุ่มผู้สนับสนุนสายแข็งของอี ซึ่งเรียกกันว่า ‘นิวอีแจมยอง’ (뉴이재명) ใช้ โดยเปลี่ยนคำว่า ‘อู’ ในคำว่า ‘อูอาฮาเก’ ซึ่งแปลว่า “อย่างสง่างาม” ให้เป็น ‘จวา’ ที่สื่อถึงฝ่ายก้าวหน้า จองวิจารณ์การเมืองผ่าน SNS ของประธานาธิบดีด้วยการเล่นคำว่า ‘จวามาแฮน’ (좌매한)
จองยังกล่าวอ้างว่า อีบอกชาวเน็ตที่วิจารณ์งานเลี้ยงอาหารค่ำกับจอง ชองแร อดีตหัวหน้าพรรคว่า “จงมองสิ่งต่าง ๆ อย่างถูกต้อง” นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์ว่าเป็นการยกยอตัวเอง กรณีที่อีแชร์โพสต์ของพัค ฮงกึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและงบประมาณ (기획예산처) แล้วกล่าวว่าประเทศและเศรษฐกิจกำลังกลับสู่ภาวะปกติ นี่เป็นการประเมินของจอง และควรมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อถกเถียงในแวดวงการเมืองเกี่ยวกับความถี่ในการใช้ SNS ของประธานาธิบดีและความเหมาะสมของถ้อยคำ
ข้อความของอีที่รายงานข่าวอีกชิ้นนำเสนอมีสารเกี่ยวกับการบริหารประเทศที่แตกต่างจากคำวิจารณ์ของจอง อีระบุว่าการปฏิรูปไม่ควรมุ่งสร้างผลงานทางการเมืองหรือเรียกความสนใจ แต่ควรนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ช่วยยกระดับชีวิตประชาชน พร้อมกล่าวว่าจะผลักดัน “การปฏิรูปเชิงปฏิบัติ” เขาปฏิเสธข่าวลือเรื่องความบาดหมางกับจอง ชองแร อดีตหัวหน้าพรรค โดยกล่าวว่าทั้งคู่เป็นสหายร่วมทางและขออย่าเข้าใจผิด นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเขากดดันรัฐบาลยูเครนว่า หากปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเท็จจริงและกล่าวขอโทษต่อสาธารณะเกี่ยวกับการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือกลับประเทศ ก็จะมีมาตรการเพิ่มเติม
การโต้เถียงเกี่ยวกับผลงานทางเศรษฐกิจก็ดำเนินไปพร้อมกัน โจ ยงซุล โฆษกพรรคพลังประชาชน วิจารณ์ว่าอีชมตัวเองเมื่อกล่าวถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยอ้างตัวเลขคาดการณ์การเติบโต และกล่าวว่าในการสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้ตอบแบบสำรวจ 65.7% ประเมินว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันย่ำแย่ อี ยงอู โฆษกพรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (더불어민주당) โต้แย้งว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว โดยกล่าวถึงช่วงที่อัตราการเติบโตติดลบในสมัยรัฐบาลยุน ซอกยอล และนโยบายของรัฐบาลอี แจมยอง ควรแยกตัวเลขและการประเมินเหล่านี้ออกจากกัน โดยมองว่าเป็นข้อกล่าวอ้างที่โฆษกของแต่ละพรรคเป็นผู้เสนอ
ข่าวนี้มีความหมายอย่างไร
SNS ของประธานาธิบดีเป็นช่องทางที่ใช้สื่อสารสารเกี่ยวกับการบริหารประเทศได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ถ้อยคำและปฏิกิริยาตอบสนองก็อาจกลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองได้ ดังนั้น ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่าจะใช้ SNS หรือไม่ แต่ยังควรจับตาว่าสารของประธานาธิบดีเชื่อมโยงกับคำอธิบายเรื่องผลงานเชิงนโยบายและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร รวมถึงประธานาธิบดีตอบสนองต่อคำวิจารณ์หรือข้อโต้แย้งอย่างไร
ความกังวลเรื่องการแฮ็กภาคการเงินเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกจากวาทกรรมทางการเมือง โฆษกโจกล่าวถึงการโจมตีที่คาดว่าใช้เครื่องมือ AI และเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยมุ่งเป้าไปยังธนาคารอย่างน้อย 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารชินฮัน (신한은행), ธนาคารเคบีคุกมิน (KB국민은행), ธนาคารฮานา (하나은행), ธนาคารอูรี (우리은행), ธนาคารเอ็นเอช นงฮยอบ (NH농협은행) และธนาคารบีเอ็นเคปูซาน (BNK부산은행) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจริงหรือมีลูกค้าได้รับความเสียหาย ต้องแยกคำว่า “การโจมตีที่คาดว่าเกิดขึ้น” และ “ความกังวลว่าจะมีข้อมูลรั่วไหล” ออกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วว่าเกิดความเสียหายจริง
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ธนาคารแห่งหนึ่งได้รับข่าวเกี่ยวกับการโจมตี ก็สมเหตุสมผลที่จะตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของธนาคารและรายการเคลื่อนไหวในบัญชีของตน แทนที่จะสรุปจากข่าวเพียงอย่างเดียวว่าข้อมูลของตนรั่วไหล นี่ไม่ใช่ขั้นตอนตรวจสอบความเสียหายที่ระบุไว้ในข่าว แต่เป็นข้อควรระวังทั่วไปเพื่อแยกความกังวลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันออกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นจริง ๆ
การมีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตี ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจริง ข่าวไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อมูลรั่วไหลหรือระบุขอบเขตความเสียหาย
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม จอง จอมชิก หัวหน้าฝ่ายในสภา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแนะนำให้อี แจมยอง ระงับการใช้ SNS ไปก่อน
- เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม อีโพสต์บน X โดยแชร์โพสต์ของผู้สนับสนุนและใช้คำว่า “จวาอาฮาเก”
- มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม อีโพสต์จุดยืนเกี่ยวกับการปฏิรูปและการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนบน SNS
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ข่าวไม่ได้ระบุว่าอี แจมยองตอบรับคำแนะนำของจองหรือจะระงับการใช้ SNS จริงหรือไม่
- ยังไม่มีการยืนยันตัวผู้โจมตีธนาคาร ขอบเขตความเสียหาย หรือว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจริงหรือไม่
- จากข่าวชิ้นนี้เพียงอย่างเดียว ยังไม่อาจทราบได้ว่าแต่ละธนาคารดำเนินการตอบสนองอย่างไร หรือรัฐบาลเสนอแผนรับมือแบบใด
สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ
- แยกการประเมินของนักการเมืองต่อคำพูดของประธานาธิบดีบน SNS ออกจากข้อความที่ประธานาธิบดีโพสต์จริง
- ตรวจสอบข่าวเกี่ยวกับการโจมตีภาคการเงินว่าเป็นเพียง “ข้อสันนิษฐาน” หรือเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว และตรวจสอบแยกต่างหากว่ามีการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลหรือไม่
- หากใช้บริการธนาคารที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของธนาคารและรายการเคลื่อนไหวในบัญชีของตน และติดต่อธนาคารหากพบธุรกรรมผิดปกติ
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: chosun.com




















