ในรัฐแคนซัสของสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองความได้เปรียบมาเป็นเวลานาน ภาระต้นทุนของเกษตรกรและความไม่พอใจต่อนโยบายของรัฐบาลทรัมป์กำลังทำให้ศึกเลือกตั้งวุฒิสมาชิกสูสี อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจทราบได้ว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่ชัยชนะของพรรคเดโมแครตหรือไม่
ภูมิหลังและบริบท
แคนซัสเป็นรัฐเกษตรกรรมที่มีประชากรราว 2.98 ล้านคน และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 โดนัลด์ ทรัมป์ชนะด้วยคะแนนห่างราว 16 จุดเปอร์เซ็นต์ บทความระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1932 แคนซัสไม่เคยเลือกวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตมาเป็นเวลา 94 ปี เมื่อคำนึงถึงความได้เปรียบของรีพับลิกันที่ยาวนานเช่นนี้ ก็เห็นได้ว่าเหตุใดการที่ผู้สมัครรีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ต้องแข่งขันอย่างสูสีจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตา
ปัจจัยที่ทำให้สนามเลือกตั้งสั่นคลอนซึ่งถูกกล่าวถึงเป็นอันดับแรกคือปัญหาต้นทุนของเกษตรกร เจมส์ (นามสมมติ อายุ 45 ปี) ซึ่งปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองบนพื้นที่ราว 5,000 เอเคอร์ใกล้ลอว์เรนซ์ กล่าวว่าเขาเคยลงคะแนนให้ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 แต่กำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งนี้ เขาระบุว่าราคาน้ำมันดีเซลสำหรับใช้บนถนนอยู่ที่แกลลอนละ 6.5 ดอลลาร์ และตามรายงาน ราคาน้ำมันในเดือนมกราคม 2026 ก่อนสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ที่ราวแกลลอนละ 3.5 ดอลลาร์
สก็อตต์ เซลแมน (36 ปี) ซึ่งทำฟาร์มในลอว์เรนซ์กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตในปีนี้เพิ่มขึ้น 20–35% เมื่อเทียบกับปีก่อน เขาคาดว่าค่าเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% จากปีก่อน ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าต้นทุนในการดำเนินฟาร์มกำลังกดดันเกษตรกรจริง และการประเมินนโยบายของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบพรรคการเมืองในเชิงนามธรรมเพียงอย่างเดียว เป็นไปได้ว่าภาระต้นทุนจะส่งผลต่อการประเมินรัฐบาลพรรคที่ครองอำนาจในช่วงเลือกตั้ง แต่ไม่อาจใช้กรณีเฉพาะบุคคลเพียงไม่กี่กรณีสรุปความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งรัฐได้
ความไม่พอใจของเกษตรกรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง นิค เลเวนดอฟสกี ผู้อำนวยการบริหารของสหภาพเกษตรกรแคนซัส (캔자스농민연합) กล่าวถึงภาษีศุลกากรและความขัดแย้งทางการค้า การลดขนาดโครงการของ USAID การขยายการนำเข้าเนื้อวัว และราคาน้ำมันดีเซลกับปุ๋ยที่สูงขึ้นหลังสงครามอิหร่าน ว่าเป็นปัญหาที่เกษตรกรกำลังเผชิญ เขาอธิบายในทำนองว่า ความขัดแย้งทางการค้าส่งผลต่อตลาดจำหน่ายถั่วเหลือง ส่วนการลดความช่วยเหลือต่างประเทศส่งผลต่อความต้องการข้าวฟ่าง บริบทนี้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเกษตรและนโยบายระหว่างประเทศอาจเชื่อมโยงกับปัญหารายได้และต้นทุนของเกษตรกรในท้องถิ่น
ข่าวนี้หมายความว่าอย่างไร
ความเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏในการเลือกตั้งครั้งนี้อาจอ่านได้ว่าเป็นสัญญาณว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนกำลังทบทวนตัวผู้สมัครและนโยบาย มากกว่าจะหมายความว่าผู้สนับสนุนรีพับลิกันทุกคนหันไปสนับสนุนพรรคเดโมแครต บรูซ แบรตแมน (65 ปี) สมาชิกพรรครีพับลิกันที่ลงทะเบียนไว้และลงคะแนนให้ทรัมป์ในปี 2024 กล่าวว่า ครั้งนี้เขาจะลงคะแนนให้แฮมิลตัน ส่วนแคธี โบต์ (68 ปี) พยาบาลเกษียณอายุซึ่งเป็นรีพับลิกันมาอย่างยาวนาน ก็แสดงความไม่พอใจต่อสงคราม ภาษีศุลกากร และนโยบายตรวจคนเข้าเมือง พร้อมกล่าวว่าในการเลือกตั้งทั่วไป เธอเอนเอียงไปทางพรรคเดโมแครต
ในรายงานอีกชิ้นหนึ่ง อเล็กซานดรา มิดเดิลวูด ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐวิชิตา (위치토주립대) อ้างผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเอเมอร์สัน (에머슨대) โดยระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระในแคนซัส 62% และสมาชิกพรรครีพับลิกัน 23% ประเมินผลงานการบริหารประเทศของประธานาธิบดีในเชิงลบ นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงผลสำรวจที่พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ 42% และสมาชิกพรรครีพับลิกัน 15% ตอบว่าจะลงคะแนนให้แฮมิลตัน ผลเหล่านี้เป็นผลสำรวจ ณ ช่วงเวลาหนึ่งตามที่มีการรายงาน และไม่อาจถือว่าเหมือนกับผลการลงคะแนนจริงได้
ผลการเลือกตั้งอาจส่งผลไม่เพียงต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแคนซัส แต่ยังรวมถึงการจัดสรรทรัพยากรในระดับประเทศของพรรครีพับลิกันด้วย กองทุนผู้นำวุฒิสภา (SLF) ลดงบโฆษณามูลค่า 18 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเดิมวางแผนจะใช้ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเป็นเวลาหนึ่งเดือน และจองโฆษณาใหม่ในแคนซัสมูลค่าราว 9.8 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนมาร์แชล นี่เป็นเหตุผลที่มีการวิเคราะห์ว่า หากต้องใช้เงินและกำลังคนมากขึ้นเพื่อปกป้องที่นั่งในแคนซัส ทรัพยากรสำหรับรัฐอื่นที่แข่งขันดุเดือดก็อาจลดลง อย่างไรก็ตาม ไม่อาจใช้การจัดสรรงบโฆษณาเพียงอย่างเดียวคาดการณ์ผลการเลือกตั้งหรือดุลอำนาจในสภาคองเกรสทั่วประเทศได้
ตัวอย่างเช่น แม้จะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่พอใจต้นทุนของเกษตรกร แต่ความไม่พอใจนั้นอาจทำให้เขาสนับสนุนแฮมิลตัน หรืออาจแสดงออกด้วยการไม่ไปลงคะแนนก็ได้ เลเวนดอฟสกีกล่าวเช่นกันว่า ต้องติดตามกันต่อไปว่าความไม่พอใจของเกษตรกรจะทำให้พวกเขาลงคะแนนให้ผู้สมัครคนอื่น หรือจะแสดงออกด้วยการงดออกเสียง ดังนั้น สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่เพียงการมีอยู่ของความไม่พอใจ แต่รวมถึงความไม่พอใจนั้นจะเชื่อมโยงกับการไปใช้สิทธิและการเลือกผู้สมัครอย่างไร
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้
- แคนซัสเป็นรัฐที่รีพับลิกันแข็งแกร่ง โดยทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ด้วยคะแนนห่างราว 16 จุดเปอร์เซ็นต์ และบทความระบุว่าแคนซัสไม่ได้เลือกวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตมาตั้งแต่ปี 1932
- เกษตรกรร้องเรียนเรื่องราคาน้ำมันดีเซลและปุ๋ย รวมถึงภาระต้นทุนการผลิต ส่วนตัวแทนองค์กรเกษตรกรก็ระบุว่าภาษีศุลกากรและความขัดแย้งทางการค้าเป็นปัจจัยที่สร้างความยากลำบากให้เกษตรกรด้วย
- มีรายงานว่าแฮมิลตันจากพรรคเดโมแครตและมาร์แชล วุฒิสมาชิกรีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ กำลังแข่งขันกันอย่างสูสีภายในค่าคลาดเคลื่อนของผลสำรวจ
- SLF ลดโฆษณาในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ขณะเดียวกันก็จองโฆษณาใหม่ในแคนซัสมูลค่าราว 9.8 ล้านดอลลาร์
- บิล เกรฟส์ และไมค์ เฮย์เดน อดีตผู้ว่าการรัฐแคนซัสจากพรรครีพับลิกัน ประกาศสนับสนุนแฮมิลตัน
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ยังไม่อาจทราบได้ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในเดือนพฤศจิกายน
- ยังไม่มีข้อยืนยันว่าเกษตรกรและผู้สนับสนุนรีพับลิกันที่ไม่พอใจรัฐบาลทรัมป์จะลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต หรือจะไม่ไปลงคะแนน
- ยังไม่อาจทราบได้ว่าทรัพยากรที่รีพับลิกันทุ่มให้การเลือกตั้งในแคนซัสจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งในรัฐอื่นที่แข่งขันดุเดือดอย่างไร
สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม
- ก่อนการเลือกตั้ง ควรตรวจสอบช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ วิธีตั้งคำถาม และกลุ่มผู้ตอบควบคู่กับผลสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่ ความตั้งใจลงคะแนนที่ปรากฏในผลสำรวจควรแยกออกจากการลงคะแนนจริง
- ควรติดตามว่าความไม่พอใจของเกษตรกรต่อภาระต้นทุนส่งผลต่อการเลือกผู้สมัครหรืออัตราการไปใช้สิทธิด้วยหรือไม่ ตัวแทนองค์กรเกษตรกรที่ให้ข้อมูลในบทความก็เปิดรับความเป็นไปได้ทั้งสองทางนี้
- หากติดตามว่ารายจ่ายโฆษณาของ SLF เพิ่มขึ้นจริงในแคนซัสหรือไม่ และเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในรัฐอื่นที่แข่งขันดุเดือด ก็จะช่วยให้เข้าใจผลกระทบของศึกสูสีครั้งนี้ต่อการจัดสรรทรัพยากรการเลือกตั้งทั่วประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr




















