จองฮวันบง ผู้สื่อข่าวฝ่ายสังคมของหนังสือพิมพ์ฮันกยอเร (한겨레) เขียนไว้ในคอลัมน์ว่า เมื่อเขารับผิดชอบการรายงานตรวจสอบคิมซึงวอน ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (법무부), ฮันดงฮุน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระ เป็นผู้นำการเปิดเผยบันทึกเสียงที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับการเสนอชื่อ และกล่าวถึงและเผยแพร่ข่าวของฮันกยอเรหลายครั้ง จองนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกับกรณีในอดีตที่ฮันฟ้องผู้สื่อข่าวฮันกยอเรซึ่งทำข่าวตรวจสอบเกี่ยวกับเขาในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมตั้งคำถามว่าท่าทีต่อการคุ้มครองผู้เปิดโปงและการตรวจสอบของสื่อใช้มาตรฐานต่างกันกับตัวเขาเองและผู้อื่นหรือไม่

ภูมิหลังและบริบท

การฟ้องร้องที่คอลัมน์ย้อนกล่าวถึงเกิดขึ้นใน เดือนพฤษภาคม 2022 ตอนที่ฮันเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข่าวของฮันกยอเรรายงานที่มาของการที่ลูกสาวของฮันบริจาคแล็ปท็อปให้แก่ศูนย์สวัสดิการสังคมซึ่งองค์กรอาสาสมัครที่ฮันเป็นประธานดำเนินกิจกรรมอยู่ คอลัมน์ระบุว่า ลูกสาวให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่าเธอขอรับการสนับสนุนจากบริษัทแห่งหนึ่ง และได้รับแล็ปท็อปประมาณ 50 เครื่องจากบริษัทนั้น ก่อนนำไปบริจาคให้ศูนย์สวัสดิการ

จองเขียนว่า จากการรายงานพบว่า ผู้บริหารฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทดังกล่าวสนิทสนมกับคู่สามีภรรยาฮัน และเป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (서울대 법대) เช่นเดียวกัน บริษัทระบุว่ายังมีองค์กรอาสาสมัครอื่นที่ขอรับการสนับสนุนแล็ปท็อปด้วย และคอลัมน์รายงานว่ามูลค่าตามบัญชีของแล็ปท็อป 50 เครื่องที่บริจาคอยู่ที่ 13 ล้านวอน นี่คือรายละเอียดจากการรายงานที่คอลัมน์นำเสนอ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันว่าการสนับสนุนนั้นผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม

จองระบุว่าประเด็นในการฟ้องร้องคือถ้อยคำ “ในนามของลูกสาว” ที่อยู่ในหัวข้อย่อยของข่าว หลังได้รับข้อทักท้วงว่าการสนับสนุนเป็นการให้ในนามบริษัท จึงแก้ไขข้อความส่วนนั้น แต่ฮันยังคงการฟ้องร้องไว้ จองเขียนว่าเขาถูกสอบสวนที่หน่วยสืบสวนต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล (서울경찰청 반부패수사대) เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2023 และในการสอบสวนถูกถามว่าเขาทราบเรื่องการเตรียมตัวไปศึกษาต่อในสหรัฐฯ ของลูกสาวฮันได้อย่างไร

คอลัมน์ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการให้ผู้อื่นเขียนวิทยานิพนธ์ให้ จองระบุว่า วิทยานิพนธ์ของลูกสาวฮันถูกนำขึ้นเว็บไซต์เผยแพร่บทความวิชาการล่วงหน้าแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ก่อนส่งตีพิมพ์ในวารสาร และเบนสัน ชาวเคนยาซึ่งมีชื่อปรากฏเป็นผู้เขียนเอกสาร บอกกับฮันกยอเรในการสัมภาษณ์ว่าเขาเป็นผู้เขียนวิทยานิพนธ์ หลังข้อสงสัยดังกล่าวเป็นที่พูดถึง ฮันยืนยันว่าเอกสารที่ส่งให้วารสารไม่ใช่ “วิทยานิพนธ์” แต่เป็น “รายงานสำหรับฝึกหัด” และคอลัมน์ระบุว่า หลังจากกล่าวคำว่า “ขออภัย” ในการไต่สวนเพื่อยืนยันคุณสมบัติ เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข้อความส่วนนี้เป็นข้อสงสัยและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องที่ปรากฏในคอลัมน์เช่นกัน ไม่ใช่ข้อสรุปข้อเท็จจริงขั้นสุดท้าย

ความหมายของข่าวนี้

ประเด็นหลักของคอลัมน์ไม่ใช่การตัดสินทางกฎหมายให้เด็ดขาดว่าข่าวในอดีตมีมูลความชอบธรรมหรือไม่ แต่เป็นการถามว่า หากนักการเมืองตอบโต้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับตนเองด้วยการฟ้องร้อง ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำการคุ้มครองผู้เปิดโปงเมื่อเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้อื่น หลักการนั้นถูกใช้ด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ประเด็นนี้ควรแยกออกจากการตัดสินให้เด็ดขาดเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือความรับผิดทางกฎหมายของฮัน

จองเขียนว่า หลังฮันกยอเรรายงานเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านอำพรางของบุตรของคิมซึงวอน ผู้ได้รับการเสนอชื่อ สื่อหลายแห่งก็เผยแพร่ข่าวที่เกี่ยวข้อง แต่ฮันไม่ได้แชร์ข่าวเหล่านั้น จากนั้นเขากล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เคยปรากฏว่า คู่สมรสของฮันย้ายทะเบียนบ้านอำพรางในอดีตเพื่อซื้อรถยนต์ ส่วนข้อความที่ว่าฮันเงียบเพราะข้อเท็จจริงในอดีตเกี่ยวกับคู่สมรสของเขานั้น จองใช้ถ้อยคำว่า “คาดเดา” จึงเป็นการตีความของเขา ไม่ใช่แรงจูงใจที่ยืนยันได้แน่ชัด

คำถามที่การเปรียบเทียบนี้ชวนให้ผู้อ่านพิจารณาคือ ความสม่ำเสมอของมาตรฐานการตรวจสอบ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับความจริงเท็จของข่าว เมื่อรายงานข้อสงสัยเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะ การคุ้มครองผู้เปิดโปงและการตรวจสอบเนื้อหาข่าวต่างก็สำคัญ แต่การเน้นด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ทำให้ไม่จำเป็นต้องพิจารณาอีกด้านหนึ่ง ตัวอย่างเช่น หากนักการเมืองเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้อื่นต่อสาธารณะ พร้อมกล่าวว่าจะปกป้องตัวตนของผู้เปิดโปง ผู้อ่านก็อาจพิจารณาควบคู่กันไปว่าเขาเคยตอบโต้ข่าวที่เกี่ยวกับตนเองด้วยขั้นตอนและมาตรฐานแบบใด

ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและแนวทางที่เกี่ยวข้อง

ไม่อาจตัดสินได้จากเนื้อข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้เพียงอย่างเดียวว่าการหมิ่นประมาทเกิดขึ้นหรือไม่ ตามคู่มือกฎหมายภายในองค์กร การพิจารณาคดีหมิ่นประมาทจะดูว่ามีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่เฉพาะเจาะจงซึ่งอาจทำให้การประเมินทางสังคมต่อบุคคลหนึ่งลดลงหรือไม่ และการแสดงออกนั้นอาจเป็นที่รับรู้ของบุคคลทั่วไปหรือคนจำนวนมากหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งบริบทโดยรวมและโอกาสที่ข้อมูลจะแพร่กระจาย ไม่ใช่เฉพาะถ้อยคำที่ใช้ จึงยากที่จะสรุปจากหัวข้อข่าวเพียงส่วนเดียว

นอกจากนี้ แม้เป็นการระบุข้อเท็จจริงที่เป็นความจริง ก็อาจมีประเด็นเรื่องหมิ่นประมาทได้ แต่กฎหมายบัญญัติว่า หากการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307 วรรค 1 (형법 제307조 제1항) เป็นการระบุข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงและทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะเพียงอย่างเดียว จะไม่ลงโทษ ตามคำอธิบายในคู่มือ การยกเว้นโทษด้วยเหตุประโยชน์สาธารณะนี้ไม่ได้ใช้กับความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยสิ่งพิมพ์และสื่ออื่น ดังนั้น การพิจารณาอาจแตกต่างกันไปตามข้อหาที่เกี่ยวข้อง จึงไม่อาจสรุปจากข่าวเพียงอย่างเดียวได้ว่าเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนในกรณีนี้หรือไม่

ขั้นตอนการถอนคำร้องทุกข์ก็ต้องพิจารณาระยะของคดีและหน่วยงานที่จะยื่นคำร้อง คู่มืออธิบายว่าสามารถถอนคำร้องทุกข์ได้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และหลังจากมีการยื่นฟ้องคดีแล้ว ต้องยื่นต่อศาลที่พิจารณาคดี ไม่ใช่หน่วยงานสืบสวน อย่างไรก็ตาม คอลัมน์ไม่ได้ระบุผลการดำเนินคดีขั้นสุดท้ายหรือขั้นตอนปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่ควรอ่านข้อมูลนี้ว่าเป็นสถานะการดำเนินคดีจริงในกรณีดังกล่าว

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว — เนื้อหาที่ระบุในคอลัมน์

  • จองฮวันบงเขียนว่าเขารับผิดชอบการรายงานตรวจสอบคิมซึงวอน ผู้ได้รับการเสนอชื่อ และฮันดงฮุนเป็นผู้นำการเปิดเผยบันทึกเสียงที่เกี่ยวข้อง พร้อมกล่าวถึงและเผยแพร่ข่าวของฮันกยอเร
  • คอลัมน์ระบุว่าฮันฟ้องผู้สื่อข่าวฮันกยอเรในข้อหาหมิ่นประมาทเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 และยังคงการฟ้องร้องไว้แม้แก้ไขถ้อยคำ “ในนามของลูกสาว” ในหัวข้อย่อยของข่าวแล้ว
  • จองระบุว่าเขาถูกสอบสวนที่หน่วยสืบสวนต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2023
  • คอลัมน์กล่าวถึงที่มาของการสนับสนุนแล็ปท็อปและมูลค่าตามบัญชี ข้อสงสัยเรื่องการให้ผู้อื่นเขียนวิทยานิพนธ์และคำกล่าวอ้างของฮันว่าเป็น “รายงานสำหรับฝึกหัด” ข่าวเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านอำพรางของบุตรคิมซึงวอน ตลอดจนข้อเท็จจริงในอดีตที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสของฮัน

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • คอลัมน์ไม่ได้ระบุว่าการฟ้องผู้สื่อข่าวฮันกยอเรในข้อหาหมิ่นประมาทที่ฮันยื่นไว้มีผลสรุปขั้นสุดท้ายอย่างไร
  • ไม่มีการนำเสนอว่าผู้เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงจุดยืนอย่างไรต่อข้อสงสัยเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านอำพรางของบุตรคิมซึงวอน
  • ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันผลการสอบสวนหรือข้อวินิจฉัยขั้นสุดท้ายของหน่วยงานเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการเขียนวิทยานิพนธ์หรือการให้ผู้อื่นเขียนแทนของลูกสาวฮัน

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • เมื่อพบข้อถกเถียง ควรพิจารณาเนื้อข่าวแยกจากพาดหัว ประเด็นการฟ้องร้องตามที่คอลัมน์รายงานไม่ใช่ข่าวทั้งชิ้น แต่เป็นถ้อยคำเฉพาะในหัวข้อย่อย
  • เมื่อพิจารณาว่าเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่ ควรตรวจสอบถ้อยคำที่เป็นประเด็นอย่างถูกต้องว่าอ้างถึงใคร เผยแพร่ในวงกว้างเพียงใด และมีบริบทอย่างไร การแยกแยะว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็น และเป็นการแสดงออกเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่ ก็สำคัญต่อการพิจารณาทางกฎหมายเช่นกัน
  • หากต้องการทราบข้อสรุปของการฟ้องร้องหรือข้อสงสัย ควรตรวจสอบขั้นตอนต่อจากนั้นและความเห็นของผู้เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งไม่ได้ปรากฏในคอลัมน์ จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่อาจทราบคำสั่งหรือข้อวินิจฉัยขั้นสุดท้ายได้