คิมบยองฮเว บิดาของคิมยองจา ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามอิสระที่เขตจินโด จังหวัดช็อลลาใต้ ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 10 พฤษภาคม 1948 และได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดก่อตั้ง เขาเคยเป็นหัวหน้าสำนักงานสาขามกโพของหนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบ (조선일보) ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี และเดินทางไปเกาหลีเหนือหลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำซอแดมุน (서대문형무소) ไม่นานหลังสงครามเกาหลีเริ่มต้นขึ้น ครอบครัวที่เหลือต้องใช้ชีวิตแยกจากพ่อ และในความทรงจำของคิมยองจา ยังมีทั้งการสอบสวน การตรวจสอบประวัติ และการค้าขายเพื่อหาเลี้ยงชีพ ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตของครอบครัว

ครั้งสุดท้ายที่คิมยองจาได้พบพ่อ คือเมื่อตอนที่เธอไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่เรือนจำซอแดมุน ก่อนสงครามเกาหลีจะปะทุไม่นาน พ่อลูบศีรษะลูกสาวแล้วพูดว่า “น่ารักจัง”

ภูมิหลังและบริบท

คิมบยองฮเวได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดิน (농지개혁법) ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดก่อตั้งอย่างแข็งขัน ร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินได้รับการประกาศใช้ในเดือนมิถุนายน 1949 หลังการถกเถียงในสภา และเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 1950 คิมยองจาเล่าว่า แม่บอกว่าความตั้งใจของพ่อคือ “ให้ทุกคนอยู่กันอย่างเท่าเทียม”

หลังพ่อจากไป ครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านคุณปู่ในย่านแทอึยดง เมืองมกโพ มยองยอบ พี่ชายคนโต ซึ่งไม่มีเงินเรียนมหาวิทยาลัยและกำลังเตรียมสอบเนติบัณฑิต ถูกพาตัวไปที่สถานีตำรวจมกโพ (목포경찰서) และถูกสอบสวนกับทรมานว่า พ่อที่อยู่ในเกาหลีเหนือส่งเงินมาให้ใช้จ่ายหรือไม่

มยองยอบสอบผ่านการสอบเนติบัณฑิตภาคแรก แต่หลังจากขอให้คนค้ำประกันสำหรับการสอบภาคสองแล้วถูกปฏิเสธ เขากินยาเพื่อพยายามฆ่าตัวตาย คิมกวีรเย แม่ของเขาพบเข้าและช่วยชีวิตไว้ได้ หลังจากนั้นมยองยอบเรียนรู้เทคนิคการซ่อมกรอบและงานติดตั้งภาพ แล้วทำงานเป็นช่างกรอบภาพตลอดชีวิต ส่วนมูยอบ พี่ชายคนเล็ก ก็ทำงานด้านกรอบภาพตามพี่ชายในเวลาต่อมา

ชุงยอบ น้องชาย เข้าเรียนสาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (서울대) ด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวน ก่อนเข้าทำงานที่บริษัทซัมซุงปิโตรเคมิคอล (삼성석유화학) คิมยองจาเล่าว่า ก่อนชุงยอบจะเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ เขาถูกตรวจสอบประวัติ แต่ผู้บริหารระดับสูงรับรองให้ จึงเดินทางไปมาเลเซียได้ เธอยังเล่าว่า เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือเข้าหาชุงยอบและถามว่า พ่ออยู่เกาหลีเหนือ ไม่คิดถึงพ่อหรือ ชุงยอบปฏิเสธโดยบอกว่าครอบครัวของเขาอยู่เกาหลีใต้หลายคน แล้วแจ้งเรื่องนี้ให้บริษัททราบ

ความหมายของข่าวนี้

ประสบการณ์ของครอบครัวนี้แสดงให้เห็นว่า หลังพ่อเดินทางไปเกาหลีเหนือ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อชีวิตของสมาชิกแต่ละคนในรูปแบบที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ของทั้งสองคนเป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์หนึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่อาจลามไปถึงเส้นทางชีวิตและชีวิตประจำวันของครอบครัวด้วย

คิมยองจาเองก็ต้องเผชิญภาระในการหาเลี้ยงชีพ สามีของเธอเสียชีวิตด้วยมะเร็งตับเฉียบพลันในปี 1975 คิมยองจาแต่งงานเมื่ออายุ 21 ปี ใช้ชีวิตร่วมกัน 10 ปี และกลายเป็นแม่ม่ายเมื่ออายุ 31 ปี เธอออกไปทำงานหาเลี้ยงลูกสี่คน ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 1, 3, 5 และ 7 ปี เธอเริ่มทำงานขายประกันแต่ก็เลิกไป จากนั้นขายเสื้อผ้ามือสองและใยขัดหม้อ รวมทั้งขับรถฮุนได โพนีวัน โดยบรรทุกโต๊ะอาหารไว้ที่เบาะหลังเพื่อนำไปค้าขาย

ตัวอย่างเช่น หากครอบครัวอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำของหน่วยงานรัฐในอดีต ก็ไม่อาจถือได้ว่าความรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายจะได้รับการยอมรับโดยอัตโนมัติเพียงเพราะมีความทรงจำเช่นนั้น ดังที่คำแนะนำทางกฎหมายด้านล่างระบุไว้ ต้องพิจารณาเงื่อนไขเฉพาะอย่างความเชื่อมโยงระหว่างการกระทำโดยมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่กับความเสียหายของบุคคล

ข้อมูลเกี่ยวกับระบบและความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง

ตามคู่มือกฎหมายภายในองค์กร หากเจ้าหน้าที่รัฐจงใจหรือประมาทเลินเล่อฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหาย รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบว่า หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานมีไว้เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและผลประโยชน์ของบุคคลหรือไม่ และมีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลอย่างสมควร (ความเชื่อมโยงทางกฎหมายระหว่างการกระทำกับความเสียหาย) ระหว่างการฝ่าฝืนหน้าที่กับความเสียหายหรือไม่ เป็นต้น

ผู้ที่ต้องรับผิดอาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจและความสัมพันธ์ด้านความรับผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า สามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐต่อศาลได้โดยไม่ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการพิจารณาการชดใช้ค่าเสียหายก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่อาจใช้หลักเกณฑ์ทั่วไปเหล่านี้เพียงอย่างเดียวตัดสินสิทธิทางกฎหมายหรือความเป็นไปได้ในการเรียกค่าเสียหายเฉพาะกรณีของครอบครัวคิมยองจาได้ และเอกสารก็ไม่ได้อธิบายเรื่องกำหนดเวลาการยื่นคำร้อง

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้

  • คิมบยองฮเวลงสมัครในนามอิสระที่เขตจินโด จังหวัดช็อลลาใต้ ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 10 พฤษภาคม 1948 และได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดก่อตั้ง เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี และเดินทางไปเกาหลีเหนือหลังสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงไม่นาน
  • มยองยอบถูกตำรวจสอบสวนและทรมานว่าได้รับเงินค่าครองชีพจากพ่อที่อยู่ในเกาหลีเหนือหรือไม่ เขากินยาเพื่อพยายามฆ่าตัวตาย แต่แม่พบเข้าและช่วยชีวิตไว้ได้
  • คิมยองจาเล่าว่า ชุงยอบถูกตรวจสอบประวัติก่อนเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ แต่ผู้บริหารระดับสูงรับรองให้ จึงเดินทางไปมาเลเซียได้
  • คิมยองจาและคิมจินวอนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการความจริงและความปรองดอง (진실화해위원회) ในปี 2021 เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีแทรกซึมในรัฐสภา ตามรายงานข่าว มีการยืนยันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อมยองยอบด้วย
  • ร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินที่คิมบยองฮเวเสนอได้รับการประกาศใช้ในเดือนมิถุนายน 1949 และเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 1950

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • เนื้อหาต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือเข้าหาชุงยอบเมื่อใดและที่ไหน
  • เนื้อหาต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าคณะกรรมการความจริงและความปรองดองใช้คำวินิจฉัยและหลักฐานเฉพาะใดในการยืนยันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อมยองยอบ
  • ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งผลอย่างไรต่อคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคิมบยองฮเว หรือการเยียวยาทางกฎหมายแยกต่างหากของครอบครัวผู้เสียหาย

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • หากพิจารณาความรับผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำของหน่วยงานรัฐในอดีต ควรแยกตรวจสอบก่อนว่า มีหลักฐานใดรองรับการกระทำโดยมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ความเสียหาย และความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างทั้งสองสิ่ง
  • เมื่อตรวจสอบขอบเขตของคำร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือคำวินิจฉัย สิ่งสำคัญคือการดูจากเอกสารที่เกี่ยวข้องว่าใครเป็นผู้ถูกระบุในคำร้อง และความเสียหายที่ได้รับการรับรองเป็นของใครและมีเนื้อหาอย่างไร
  • เมื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการเรียกค่าเสียหายจากรัฐ ควรตรวจสอบแยกต่างหากว่าหน่วยงานใดต้องรับผิดและกำหนดเวลายื่นคำร้องที่แน่ชัดคือเมื่อใด คู่มือกฎหมายที่ให้มาไม่ได้วินิจฉัยกำหนดเวลาหรือสิทธิส่วนบุคคลของครอบครัวผู้เสียหายในคดีนี้

แหล่งอ้างอิง