ทำไมเที่ยวบินยาวจึงทำให้ร่างกายอ่อนล้า

หลายคนกลับจากทริปต่างประเทศพร้อมอาการปวดเมื่อยและหมดแรง แม้ตารางเที่ยวที่แน่นอาจมีส่วน แต่การอยู่บนเครื่องบินเป็นเวลานานก็ส่งผลต่อร่างกายได้เช่นกัน ทั้งการนั่งท่าเดิมต่อเนื่อง อากาศที่ค่อนข้างแห้ง และการพักผ่อนได้ไม่เต็มที่

ความไม่สบายเหล่านี้อาจทำให้บางคนกังวลกับการเดินทางไกล แต่การเตรียมตัวเล็กน้อยก่อนขึ้นเครื่องและดูแลตัวเองระหว่างบินช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ ต่อไปนี้คือ 5 วิธีดูแลสุขภาพระหว่างเที่ยวบิน ที่นำไปใช้ได้จริง

การเริ่มเดินทางด้วยพลังงานที่เพียงพอช่วยให้มีสมาธิ อารมณ์มั่นคง และปรับตัวกับสภาพบนเครื่องได้ดีขึ้น

1. กินอาหารที่มีประโยชน์ก่อนขึ้นเครื่อง

นักกำหนดอาหาร เมแกน ออร์มสบี แนะนำให้รักษาพลังงานให้เพียงพอตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องไปจนถึงปลายทาง หากเริ่มเที่ยวบินทั้งที่หิวหรืออ่อนเพลีย อาจรู้สึกหงุดหงิด มีสมาธิน้อยลง และพักผ่อนบนเครื่องได้ยากขึ้น

ก่อนออกเดินทาง เลือกอาหารที่มีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกับไข่หรือปลา โยเกิร์ตกับผลไม้ หรือขนมปังโฮลเกรนกับเนยถั่ว อาหารเหล่านี้ช่วยให้อิ่มนานกว่าขนมหวานเพียงอย่างเดียว เปรียบเหมือนเติมเชื้อเพลิงให้รถก่อนออกเดินทางไกล

  • อย่าข้ามมื้ออาหารเพราะรีบไปสนามบิน
  • หากต้องรอนาน ควรพกของว่างที่กินสะดวก เช่น ถั่วไม่ปรุงรสหรือผลไม้
  • หลีกเลี่ยงอาหารปริมาณมากหรือมันจัด หากรู้ว่าทำให้รู้สึกแน่นท้อง

วางแผนเรื่องอาหารล่วงหน้า

หากมีข้อจำกัดด้านอาหารหรือเที่ยวบินยาวหลายชั่วโมง ควรตรวจสอบตัวเลือกอาหารก่อนเดินทาง และเตรียมของว่างที่เหมาะกับตัวเอง การมีอาหารติดตัวไว้ช่วยลดโอกาสต้องทนหิวเมื่อบริการอาหารยังมาไม่ถึง


2. จิบน้ำเป็นระยะ อย่ารอจนกระหาย

อากาศภายในห้องโดยสารมักแห้งกว่าที่หลายคนคุ้นเคย การดื่มน้ำน้อยอาจทำให้ปากแห้ง ปวดศีรษะ หรือรู้สึกเพลียได้ จึงควรจิบน้ำเป็นระยะตลอดการเดินทาง แทนการดื่มรวดเดียวเมื่อเริ่มกระหายมาก

การดื่มน้ำไม่ได้หมายความว่าต้องดื่มในปริมาณมากเกินไปจนไม่สบายตัว ลองจิบน้ำเมื่อได้รับอาหารหรือหลังจากตื่นจากการพักผ่อน และเลือกน้ำเปล่าเป็นหลัก หากดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรคำนึงด้วยว่าเครื่องดื่มเหล่านี้อาจรบกวนการพักผ่อนหรือทำให้รู้สึกไม่สบายสำหรับบางคน

  • พกขวดน้ำที่เติมได้ หากสนามบินและกฎการเดินทางอนุญาต
  • จิบน้ำระหว่างเที่ยวบิน โดยปรับปริมาณตามความต้องการของร่างกาย
  • หากมีโรคประจำตัวหรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ ควรทำตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

3. ลุกเดินและขยับร่างกายเมื่อทำได้

การนั่งท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อตึงและเกิดอาการเมื่อยได้ การขยับตัวเป็นช่วง ๆ จึงช่วยให้ร่างกายไม่ต้องอยู่ในท่าเดิมตลอดเที่ยวบิน หากสัญญาณรัดเข็มขัดดับและสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย อาจลุกเดินไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง

แม้ไม่สะดวกลุกจากที่นั่ง ก็ยังขยับร่างกายได้ เช่น หมุนข้อเท้า ยกส้นเท้าสลับกัน หรือยืดไหล่เบา ๆ การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก คล้ายกับการพักยืดเส้นสั้น ๆ ระหว่างนั่งทำงานนาน ๆ

  • ขยับข้อเท้าและนิ้วเท้าเป็นระยะ
  • เปลี่ยนท่านั่งและคลายไหล่ โดยไม่รบกวนผู้โดยสารข้างเคียง
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ และคาดเข็มขัดเมื่อจำเป็น

ใครควรใส่ใจเป็นพิเศษ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว หรือเคยได้รับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการเดินทาง ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนออกเดินทาง การขยับร่างกายเป็นคำแนะนำทั่วไป แต่ไม่ควรแทนที่คำแนะนำเฉพาะสำหรับแต่ละคน


4. พักผ่อนให้เหมาะกับเวลาเดินทาง

เที่ยวบินที่ยาวหรือข้ามเขตเวลาอาจรบกวนเวลานอน เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่พอ ผู้โดยสารอาจรู้สึกเหนื่อย อารมณ์แปรปรวน หรือปรับตัวเมื่อถึงที่หมายได้ยากขึ้น หากมีโอกาส ควรนอนหรือพักสายตาระหว่างเที่ยวบิน และพยายามเลือกเวลาพักให้สอดคล้องกับเวลาของจุดหมายปลายทาง

การเตรียมสิ่งของที่ช่วยให้สบายขึ้นอาจทำให้พักได้ง่ายกว่าเดิม เช่น หมอนรองคอ ผ้าปิดตา หรือที่อุดหู ควรใช้เท่าที่เหมาะสมและไม่ละเลยคำประกาศหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยบนเครื่อง

  • ลดการใช้หน้าจอก่อนเวลาที่ตั้งใจจะพัก หากแสงรบกวนการนอน
  • จัดท่านั่งให้สบาย และคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป
  • หากนอนไม่หลับ การหลับตาพักเงียบ ๆ ก็ยังช่วยให้ได้หยุดพักจากสิ่งกระตุ้นรอบตัว

5. แต่งตัวสบายและรักษาความสะอาด

เสื้อผ้าที่ใส่สบายและไม่รัดแน่นช่วยให้ขยับตัวและนั่งได้นานขึ้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้ และอาจเตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ ไว้ใช้เมื่อรู้สึกหนาว การมีถุงเท้าหรือสิ่งของจำเป็นติดตัวก็ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างเดินทางได้

การรักษาความสะอาดเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือเมื่อไม่มีจุดล้างมือใกล้ตัว หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น และจัดของใช้ส่วนตัวให้หยิบได้สะดวก

  • เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศและไม่จำกัดการเคลื่อนไหว
  • เตรียมเสื้อคลุมหรือของใช้ที่ช่วยให้อบอุ่น
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและดูแลของใช้ส่วนตัวให้สะอาด

เตรียมตัวดี ช่วยให้เริ่มเที่ยวได้อย่างสดชื่น

ความเหนื่อยหลังเที่ยวบินไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว ทั้งการนอนน้อย การนั่งนาน ความหิว และการดื่มน้ำน้อยอาจสะสมจนทำให้รู้สึกหมดแรงได้ การกินอาหารให้พอ จิบน้ำ ขยับร่างกาย พักผ่อน และแต่งตัวให้สบาย จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้น

หากมีอาการผิดปกติรุนแรงหรือมีโรคประจำตัว ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนเดินทาง และแจ้งลูกเรือเมื่อจำเป็น

การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องทำให้เที่ยวบินกลายเป็นกิจวัตรที่เคร่งครัด เพียงเตรียมตัวล่วงหน้าและใส่ใจกับสัญญาณของร่างกาย ก็ช่วยให้มีโอกาสลงจากเครื่องอย่างพร้อมเริ่มต้นการเดินทางมากขึ้น