เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นอื่น: ทรัมป์วิจารณ์เมลอนีอย่างเผ็ดร้อน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาโจมตีหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอย่าง จอร์เจีย เมลอนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี โดยเขาระบุว่าเธอ "ขาดความกล้าหาญ" เนื่องจากอิตาลีไม่ยอมเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่าน

ความตึงเครียดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีความสนิทสนมกันอย่างมาก โดยทรัมป์ตั้งคำถามว่าคนอิตาลีจะรู้สึกอย่างไรที่ผู้นำของตนไม่ทำอะไรเลยเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมัน (ทรัพยากรหลักที่ใช้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า) จากอิหร่าน

"ผมช็อกมาก ผมเคยคิดว่าเธอมีความกล้า แต่ผมคิดผิด จอร์เจีย เมลอนี ไม่ต้องการช่วยเราในสงครามครั้งนี้" - โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์

อิตาลีสั่งเบรกความสัมพันธ์ทางทหารกับอิสราเอล

การระงับข้อตกลงป้องกันประเทศ

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลของเมลอนีได้ประกาศระงับการต่ออายุ บันทึกความเข้าใจด้านการป้องกันประเทศ (MOU - ข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศสัญญาว่าจะแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและอาวุธกัน) กับประเทศอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอิตาลีเข้ามาแทรกแซงข้อตกลงโดยตรง หลังจากที่อิสราเอลถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อกองกำลังรักษาสันติภาพของ UN ในเลบานอน ซึ่งมีทหารอิตาลีประจำการอยู่ด้วย

  • ความร่วมมือที่ยาวนาน: อิตาลีและอิสราเอลเริ่มขยายความสัมพันธ์ด้านอาวุธมาตั้งแต่ปี 2003
  • จุดเปลี่ยน: การโจมตีของอิสราเอลที่กระทบต่อโบสถ์และกองกำลังนานาชาติทำให้อิตาลีทนไม่ไหวอีกต่อไป

แรงกดดันภายในประเทศและวิกฤตเศรษฐกิจ

ราคาดีเซลพุ่งสูงและเสียงสะท้อนจากประชาชน

นายกรัฐมนตรีเมลอนีกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังจากการพ่ายแพ้ในการลงประชามติในประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเหมือน การลงมติไม่ไว้วางใจ (การที่ประชาชนแสดงออกว่าไม่เชื่อมั่นในการทำงาน) ต่อตัวเธอเอง

นอกจากนี้ ประชาชนอิตาลีกำลังกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ ส่งผลให้ ราคาดีเซล พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต่อค่าครองชีพของทุกคน

"เธอกลัวว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์และเนทันยาฮูอย่างรุนแรง เนื่องจากผลกระทบของสงครามที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ" - นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมืองจากกรุงโรมกล่าว

NATO ในสายตาทรัมป์: 'เสือกระดาษ'

ความขัดแย้งครั้งนี้ยังลามไปถึงความเชื่อมั่นในกลุ่ม NATO (องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ) โดยทรัมป์เรียกกลุ่มพันธมิตรนี้ว่า "เสือกระดาษ" (สิ่งที่มีลักษณะภายนอกดูน่ากลัวแต่ไร้อำนาจที่แท้จริง) เนื่องจากสมาชิกเมินเฉยต่อการสนับสนุนทางการทหาร

ทรัมป์ยังขู่ว่าจะถอนทหารออกจากประเทศอย่างสเปน และตำหนิอังกฤษว่ากำลังทอดทิ้งสหรัฐฯ พร้อมทิ้งท้ายอย่างดุเดือดว่า หากใครไม่เต็มใจจะสนับสนุนวอชิงตัน ก็จงไปหาแหล่งน้ำมันใช้เอง