เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลงทะเลตะวันออก

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวจากบริเวณเมืองวอนซานไปยังทะเลตะวันออกเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 2026 ตามการตรวจพบของกองทัพเกาหลีใต้ ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าขีปนาวุธเดินทางได้ไกลเพียงใด หรือเป็นอาวุธชนิดใด

ขีปนาวุธทิ้งตัวคืออาวุธที่ถูกส่งขึ้นไปก่อน แล้วเคลื่อนที่กลับลงมาตามวิถีโค้งด้วยความเร็วสูง คล้ายวัตถุที่ถูกโยนขึ้นไปในอากาศ แต่ใช้ระบบขับเคลื่อนและการนำทางที่ซับซ้อนกว่า

กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่าตรวจพบการยิงจากบริเวณวอนซาน และกำลังตรวจสอบระยะยิงกับรายละเอียดทางเทคนิคของขีปนาวุธ

เกาหลีใต้เพิ่มการเฝ้าระวังและประสานข้อมูล

กองบัญชาการเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ระบุว่า กองทัพกำลังเพิ่มการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือ หากมีการยิงเพิ่มเติม พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับขีปนาวุธกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

การวิเคราะห์รายละเอียดทางเทคนิค เช่น ระยะทาง ความเร็ว และเส้นทางบิน ช่วยให้รัฐบาลประเมินได้ว่าอาวุธมีขีดความสามารถอย่างไร และอาจสร้างความเสี่ยงต่อพื้นที่ใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ในขณะเกิดเหตุยังไม่มีการยืนยันข้อมูลเหล่านี้ต่อสาธารณะ

  • จุดยิงที่ตรวจพบ: บริเวณเมืองวอนซานของเกาหลีเหนือ
  • เวลายิง: ประมาณ 06.30 น. วันที่ 3 ตุลาคม
  • ทิศทาง: มุ่งสู่ทะเลตะวันออก
  • สถานะการตรวจสอบ: ยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์ชนิดและระยะยิง

การยิงเกิดหลังคิม โยจองปฏิเสธข้อเสนอเจรจา

เหตุยิงเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลัง คิม โยจอง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ วิจารณ์ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีอี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ที่เสนอให้ฟื้นการเจรจาระหว่างสองเกาหลีเพื่อลดความตึงเครียด

คิมเรียกข้อเสนอของผู้นำเกาหลีใต้ว่าเป็น “ละครตบตาถึงขั้นสุดยอด” ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลเปียงยางยังไม่แสดงท่าทีตอบรับการกลับมาเจรจาตามข้อเสนอในขณะนั้น

แม้การยิงจะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการปฏิเสธทางการเมือง แต่ข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการยิงครั้งนี้มีจุดประสงค์โดยตรงเพื่อตอบโต้ข้อเสนอเจรจา การระบุแรงจูงใจจึงต้องแยกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ คือเวลา จุดยิง และเส้นทางโดยประมาณ


ข้อพิพาทเรื่องทุ่นระเบิดเพิ่มแรงกดดัน

ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลียังตึงเครียดจากเหตุทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน บริเวณพื้นที่ทางใต้ของเส้นแบ่งเขตทางทหาร หรือแนวที่แบ่งเขตควบคุมของกองทัพทั้งสองฝ่ายบนคาบสมุทรเกาหลี

กองทัพเกาหลีใต้กล่าวหาว่าทุ่นระเบิดของเกาหลีเหนือทำให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเมื่อวันที่ 30 กันยายนได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดงานเสริมแนวป้องกันบริเวณชายแดนโดยทันที ส่วนเกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาและเรียกคำชี้แจงของฝ่ายเกาหลีใต้ว่าจัดฉากขึ้น

เขตปลอดทหาร หรือพื้นที่คั่นกลางระหว่างสองเกาหลี ไม่ได้หมายความว่าจะปราศจากอาวุธหรืออันตรายทั้งหมด พื้นที่ดังกล่าวยังมีแนวป้องกันและทุ่นระเบิดอยู่ในบางบริเวณ ทำให้เหตุการณ์เล็ก ๆ ใกล้เส้นแบ่งเขตสามารถเพิ่มความไม่ไว้วางใจระหว่างกองทัพได้


การยิงครั้งก่อนและการทดสอบอาวุธ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายน เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวสองลูกจากบริเวณวอนซานไปยังทะเลตะวันออกเช่นกัน สองวันหลังการยิง เกาหลีเหนือระบุว่าการทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบสมรรถนะของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นปรับปรุงที่เรียกว่า “ฮวาซอง-11มา”

อาวุธความเร็วเหนือเสียงหมายถึงอาวุธที่เดินทางเร็วกว่าเสียงอย่างมาก และอาจเคลื่อนที่ในลักษณะที่ทำให้การติดตามหรือสกัดกั้นทำได้ยากขึ้น อย่างไรก็ดี การยิงครั้งใหม่ในวันที่ 3 ตุลาคมยังไม่มีการยืนยันจากเกาหลีเหนือว่าเป็นอาวุธรุ่นเดียวกัน หรือเป็นการทดสอบประเภทใด

การที่มีการยิงหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้กันทำให้ประเทศรอบคาบสมุทรเกาหลีต้องติดตามทั้งความสามารถของอาวุธและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่รายละเอียดของการยิงแต่ละครั้งต้องอาศัยการตรวจสอบข้อมูล เช่น เส้นทางบินและข้อมูลจากระบบตรวจจับ ก่อนจะสรุปว่าเป็นการทดสอบแบบเดียวกันหรือไม่


สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

ประเด็นสำคัญในระยะต่อไปคือผลวิเคราะห์ของกองทัพเกาหลีใต้เกี่ยวกับชนิดและระยะยิง รวมถึงท่าทีอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือว่าการยิงครั้งนี้เป็นการทดสอบอาวุธหรือมีวัตถุประสงค์อื่น ขณะเดียวกัน การประสานข้อมูลระหว่างเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยง

อีกด้านหนึ่ง ความขัดแย้งเรื่องทุ่นระเบิดและการเสริมแนวป้องกันชายแดนยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย ส่วนข้อเสนอของประธานาธิบดีอีให้กลับมาเจรจาก็ถูกคิม โยจองปฏิเสธอย่างชัดเจนในถ้อยคำที่เผยแพร่ก่อนการยิงหนึ่งวัน

ขณะนี้ยืนยันได้ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวจากวอนซานลงสู่ทะเลตะวันออก แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุชนิด ระยะยิง หรือเป้าหมายทางการเมืองของการยิงครั้งนี้