เกาหลีเหนือเปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ว่า เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 3 ได้ฝึกยิงขีปนาวุธจากพื้นที่ทางตะวันออกมุ่งสู่ทะเลตะวันออก โดยมีคิม จองอึน ประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐเข้าร่วมสังเกตการณ์ สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่าขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตรในทะเลตะวันออก คิม จองอึนกล่าวว่าเป้าหมายของการฝึกคือการยกระดับศักยภาพยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ และยืนยันว่าความเห็นและแนวทางของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นทันทีหลังเกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเสนอเจรจาระหว่างสองเกาหลี
ระยะทางบินและสมรรถนะของขีปนาวุธยังไม่อาจสรุปได้จากข้อมูลที่เกาหลีเหนือประกาศเพียงฝ่ายเดียว ผลการติดตามของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็ถูกเกาหลีเหนือโต้แย้ง จึงจำเป็นต้องแยกตัวเลขที่มีการประกาศออกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ
ภูมิหลังและบริบท
การฝึกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณการเจรจาระหว่างสองเกาหลีที่ส่งถึงกัน อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวในสุนทรพจน์เนื่องในวันกองทัพเกาหลีใต้ (국군의 날) เมื่อวันที่ 1 ว่าจะเดินหน้ามาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อลดความตึงเครียดทางทหาร และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือเจรจา อย่างไรก็ตาม คิม โยจอง ผู้อำนวยการกรมกิจการทั่วไปของพรรคแรงงานเกาหลี (노동당) แห่งเกาหลีเหนือ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 ว่าจะไม่เปิดโอกาสให้เกาหลีใต้เข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย พร้อมปฏิเสธข้อเสนอเจรจาของรัฐบาลเกาหลีใต้เกี่ยวกับเหตุระเบิดจากทุ่นระเบิด
วันถัดมา เกาหลีเหนือจัดการฝึกยิงขีปนาวุธ และคิม โยจองแจ้งเรื่องการฝึกพร้อมกล่าวหาว่าผลการติดตามวิถีการบินของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่ถูกต้อง เกาหลีใต้ประเมินว่าขีปนาวุธบินได้ไกลกว่า 700 กิโลเมตร ส่วนญี่ปุ่นประเมินว่า 680 กิโลเมตร แต่เกาหลีเหนือวิจารณ์ความสามารถในการตรวจจับของทั้งสองประเทศ หนังสือพิมพ์โรดงซินมุน (노동신문) ของเกาหลีเหนือรายงานว่าขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตรในทะเลตะวันออก
ถ้อยแถลงของคิม จองอึนเป็นมากกว่าการประเมินการเข้าร่วมชมการฝึกทั่วไป แต่เป็นการย้ำจุดยืนว่าเกาหลีเหนือจะเดินหน้าตามแนวทางเสริมสร้างศักยภาพยับยั้งนิวเคลียร์ต่อไป ศักยภาพยับยั้งนิวเคลียร์หมายถึงขีดความสามารถทางทหารที่มีเป้าหมายป้องกันหรือยับยั้งการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม คิม จองอึนกล่าวว่าต้องเดินหน้าทำให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักถึงความน่าเชื่อถือและอานุภาพสังหารของอาวุธโจมตีเชิงยุทธศาสตร์ และคิม จูแอ บุตรสาว กับรี ซอลจู ภรรยา ก็เข้าร่วมในสถานที่ฝึกด้วย
ข่าวนี้มีความหมายอย่างไร
เหตุผลที่การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจ ไม่ได้อยู่ที่ตัวขีปนาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะการปฏิเสธการเจรจาระหว่างสองเกาหลีและนโยบายนิวเคลียร์ถูกนำเสนอเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ฮง มิน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเกาหลีเพื่อการรวมชาติ (통일연구원) ตีความว่า คิม โยจองออกมากล่าวด้วยตนเองเพื่อเชื่อมโยงการทดลองขีปนาวุธเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองจากเหตุระเบิดของทุ่นระเบิด ซึ่งอาจอ่านได้ว่าเกาหลีเหนือกำลังส่งสารว่าตนไม่ตอบรับข้อเสนอเจรจา ควบคู่ไปกับการเปิดเผยกิจกรรมทางทหาร
สารดังกล่าวอาจมุ่งไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน จาง ยงซอก นักวิจัยรับเชิญจากสถาบันวิจัยสันติภาพและการรวมชาติ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (서울대 통일평화연구원) กล่าวว่าเกาหลีเหนือมีเป้าหมายที่จะไม่ให้การปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นวาระในการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการตีความของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้หมายความว่าจะมีการประชุมหรือมีการกำหนดวาระจริงแล้ว อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวในคำปราศรัยที่มีผู้อ่านแทนในพิธีรำลึกครบรอบ 19 ปีของปฏิญญาร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างสองเกาหลี 4 ตุลาคม (10·4 남북정상선언) เมื่อวันที่ 4 ว่าต้องตัดวงจรความเป็นปฏิปักษ์และการเผชิญหน้าให้ได้ ซึ่งเผยให้เห็นช่องว่างระหว่างสารที่ทั้งสองฝ่ายส่งถึงกัน
สำหรับผู้อ่านในเกาหลีใต้ ประเด็นสำคัญคือความตึงเครียดทางทหารกับทางเลือกทางการทูตไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากกันได้ ตัวอย่างเช่น หากมีความพยายามฟื้นการเจรจาระหว่างสองเกาหลี ถ้อยแถลงปฏิเสธการเจรจาและถ้อยแถลงเรื่องการเสริมสร้างศักยภาพยับยั้งนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อาจเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาร่วมกันในการประเมินเงื่อนไขของการเจรจา อย่างไรก็ตาม ข่าวที่มีอยู่ไม่ได้ให้เหตุผลเพียงพอที่จะตีความเรื่องนี้ว่าเป็นสัญญาณว่าการปะทะทางทหารใกล้จะเกิดขึ้น หรือเป็นข้อยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจา
ประเด็นที่รายงานข่าวนำเสนอแตกต่างกัน
รายงานข่าวส่วนใหญ่เรียกอาวุธที่ยิงครั้งนี้ว่า “ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง” แต่คำที่สื่อเกาหลีเหนือใช้ถูกรายงานว่าเป็น “ขีปนาวุธยุทธศาสตร์พิสัยกลาง” หรือ “ระบบอาวุธยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียง” การที่ชื่อเรียกต่างกันไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นขีปนาวุธคนละชนิด
ระยะทางบินก็แตกต่างกันไปตามผู้ประกาศ มีรายงานว่าเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (합동참모본부) ประเมินว่าบินได้ไกลกว่า 700 กิโลเมตร ส่วนกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นประเมินไว้ที่ 680 กิโลเมตร ขณะที่เกาหลีเหนืออ้างว่าขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตร เนื่องจากรายงานข่าวไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขเหล่านี้ใช้วิธีวัดและเกณฑ์เดียวกันหรือไม่ จึงไม่ควรถือว่าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นระยะทางบินจริงที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันแล้ว
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้
- เมื่อวันที่ 4 เกาหลีเหนือรายงานว่าได้ฝึกยิงขีปนาวุธเมื่อรุ่งเช้าวันที่ 3 โดยมีคิม จองอึนเข้าร่วมสังเกตการณ์
- คิม จองอึนกล่าวว่าการฝึกมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ และแนวทางของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง
- คิม โยจองปฏิเสธข้อเสนอเจรจากับเกาหลีใต้ และกล่าวหาว่าผลการติดตามวิถีการบินของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่ถูกต้อง
- อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้มีการเจรจาเมื่อวันที่ 1 และเมื่อวันที่ 4 ระบุว่าต้องตัดวงจรความเป็นปฏิปักษ์และการเผชิญหน้า
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- มีการตรวจสอบวิถีการบินและสมรรถนะจริงของขีปนาวุธอย่างเป็นอิสระจากภายนอกแล้วหรือไม่
- จะมีการประชุมสุดยอดเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ หรือไม่ และหากมี จะตัดสินใจกันอย่างไรว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นวาระหรือไม่
- การฝึกที่เกาหลีเหนือเปิดเผยจะทำให้รูปแบบการเจรจาระหว่างสองเกาหลีหรือระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร
สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม
- ติดตามรายงานต่อไปว่ามีคำอธิบายเพิ่มเติมอย่างไรเกี่ยวกับผลการตรวจจับของทางการเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลที่เกาหลีเหนือประกาศ สิ่งสำคัญคืออย่ารับตัวเลขที่แตกต่างกันเสมือนเป็นระยะทางบินตัวเลขเดียวที่ได้รับการยืนยันแล้ว
- อ่านข่าวเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสองเกาหลีและการประชุมระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ โดยแยกประกาศที่ยืนยันแล้วเรื่องการจัดประชุมจริง ผู้เข้าร่วม และวาระ ออกจากการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ
- การตรวจสอบว่าการแสดงแสนยานุภาพของเกาหลีเหนือและข้อเสนอเจรจาของรัฐบาลเกาหลีใต้จะนำไปสู่มาตรการต่อเนื่องหรือไม่ จะช่วยให้เข้าใจทั้งความตึงเครียดในขณะนี้และทางเลือกทางการทูตได้พร้อมกัน
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr




















