ในคำกล่าวภายในงานรำลึกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 19 ปีปฏิญญาร่วมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ–ใต้ 10·4 (10·4 남북정상선언) ประธานาธิบดีอี แจ-มย็องกล่าวว่า “เราต้องกลับไปสู่เจตนารมณ์ของ ‘ปฏิญญาร่วมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ–ใต้ 10·4’ อีกครั้ง” คำกล่าวดังกล่าวถ่ายทอดโดยคิม นัม-จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการรวมชาติ (통일부) ประธานาธิบดีอีกล่าวว่า เขาได้เสนอภาพแนวทางสามประการบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของปฏิญญา ได้แก่ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่เปิดกว้างและเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่มีเสถียรภาพและไม่จำเป็นต้องสู้รบ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมต่อสันติภาพโลก

ภูมิหลังและบริบท

ประธานาธิบดีอีอธิบายปฏิญญา 10·4 โดยแยกให้เห็นความแตกต่างจากปฏิญญาร่วมเกาหลีเหนือ–ใต้ 6·15 (6·15 남북공동선언) กล่าวคือ หากปฏิญญา 6·15 เปิดศักราชใหม่แห่งสันติภาพ ปฏิญญา 10·4 ก็เป็นคำมั่นระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เพื่อเสริมสร้างสันติภาพนั้นให้มั่นคงยิ่งขึ้น เขากล่าวว่าปฏิญญา 10·4 เป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ให้เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความเคารพและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ยุติความเป็นปฏิปักษ์ทางทหาร และร่วมกันสร้างระบอบสันติภาพที่ยั่งยืน

คำกล่าวยังกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เป็นสัญลักษณ์ของปฏิญญาด้วย ประธานาธิบดีอีเอ่ยถึงการที่ประธานาธิบดีโน มู-ฮย็อนออกเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือทางบกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2007 และกล่าวว่าถ้อยคำที่เขาทิ้งไว้ ณ ด่านสุดท้ายก่อนมุ่งหน้าไปทางเหนือ—“เส้นทางสู่การเสริมสร้างสันติภาพ เส้นทางสู่ความรุ่งเรือง”—สะท้อนความหมายของปฏิญญา 10·4 ได้อย่างชัดเจน

ปัญหาในปัจจุบันที่ประธานาธิบดีอีชี้ให้เห็นคือช่องว่างระหว่างคำมั่นกับความเป็นจริง เขากล่าวว่าคำมั่นสู่สันติภาพและความรุ่งเรืองไม่ได้รับการปฏิบัติตาม จนความเป็นปฏิปักษ์และการเผชิญหน้าเข้ามาแทนที่ นอกจากนี้ เขาประเมินว่าความเป็นปฏิปักษ์และการเผชิญหน้าก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและผู้คน เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ และยังถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเป็นข้ออ้างซึ่งคุกคามประชาธิปไตยด้วย ประเด็นนี้เชื่อมโยงปัญหาสันติภาพเข้ากับเศรษฐกิจและประชาธิปไตย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ข่าวนี้มีความหมายอย่างไร

ประเด็นที่โดดเด่นในคำกล่าวครั้งนี้คือการแบ่งแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติออกเป็นสามด้าน คำว่า “เปิดกว้าง” สื่อถึงหลักการด้านความสัมพันธ์ที่ให้เคารพซึ่งกันและกัน ส่วนคำว่า “มีเสถียรภาพ” สื่อถึงเป้าหมายของภาวะที่ไม่จำเป็นต้องสู้รบ ขณะที่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติอย่าง “มีความรับผิดชอบ” หมายถึงทิศทางระหว่างประเทศที่มุ่งมีส่วนร่วมต่อสันติภาพโลก ประธานาธิบดีอีกล่าวว่าแนวคิดนี้คือภาพแนวทางสู่สันติภาพและความรุ่งเรือง ซึ่งถ่ายทอดเจตนารมณ์ของปฏิญญา 10·4 ด้วยภาษาของวันนี้

การที่แนวคิดนี้ถูกนำเสนอต่อประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าเกาหลีใต้ยึดหลักการใดสำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทั้งต่อความคิดเห็นสาธารณะในประเทศและในเวทีต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำทั้งสามเป็นภาพแนวทางที่นำเสนอในคำกล่าว ไม่ได้หมายถึงมาตรการดำเนินการหรือกำหนดการที่เป็นรูปธรรมในตัวเอง คำกล่าวสะท้อนการประเมินของประธานาธิบดีอีว่า ต้องตัดวงจรอุบาทว์ของความเป็นปฏิปักษ์และการเผชิญหน้า จึงจะสร้างวงจรที่ดีของสันติภาพและความรุ่งเรืองได้ แต่ไม่ได้อธิบายว่าจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวด้วยมาตรการใด

ตัวอย่างเช่น หากมีข้อเสนอใดออกมาในอนาคต ผู้อ่านสามารถพิจารณาโดยเทียบกับภาพแนวทางทั้งสามว่า ข้อเสนอนั้นเคารพซึ่งกันและกันหรือไม่ สอดคล้องกับการอยู่ร่วมกันอย่างมีเสถียรภาพหรือไม่ และเชื่อมโยงกับทิศทางที่มุ่งมีส่วนร่วมต่อสันติภาพโลกหรือไม่ นี่ไม่ใช่การสรุปเนื้อหาของข้อเสนอล่วงหน้า แต่เป็นหลักเกณฑ์ประการหนึ่งสำหรับอ่านแนวคิดที่ประธานาธิบดีเปิดเผยไว้

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • ในคำกล่าวภายในงานรำลึกครบรอบ 19 ปีปฏิญญาร่วมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ–ใต้ 10·4 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 ประธานาธิบดีอีกล่าวว่าควรกลับไปสู่เจตนารมณ์ของปฏิญญา
  • คำกล่าวดังกล่าวถ่ายทอดโดยคิม นัม-จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการรวมชาติ
  • ประธานาธิบดีอีอธิบายปฏิญญา 10·4 ว่าเป็นข้อตกลงให้ร่วมกันสร้างความเคารพและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ยุติความเป็นปฏิปักษ์ทางทหาร และสร้างระบอบสันติภาพที่ยั่งยืน
  • ประธานาธิบดีอีกล่าวว่าได้เสนอภาพแนวทางสามประการ ได้แก่ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่เปิดกว้าง มีเสถียรภาพ และมีความรับผิดชอบ

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • จะมีนโยบายและกำหนดการที่เป็นรูปธรรมอย่างไรเพื่อทำให้ภาพแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติทั้งสามประการเป็นจริง?
  • เกาหลีเหนือแสดงจุดยืนอย่างไรต่อคำกล่าวหรือแนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประธานาธิบดีอี?

สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม

  • หากมีการประกาศเพิ่มเติม ควรแยกหลักการของภาพแนวทางทั้งสามออกจากนโยบายหรือกำหนดการที่เป็นรูปธรรม
  • เมื่อติดตามจุดยืนเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อาจพิจารณาแยกกันว่ามีการนำเสนอเนื้อหาในคำกล่าวของประธานาธิบดีอีและจุดยืนอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือไว้อย่างไร