โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คาดการณ์ว่ารีพับลิกันจะสร้าง ‘เซอร์ไพรส์’ ในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ผลสำรวจความคิดเห็นและการคาดการณ์การเลือกตั้งหลายแห่งชี้ว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสชิงทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภากลับคืนมา ขณะเดียวกัน พื้นที่แข่งขันสูสีที่เพิ่มขึ้นและอัตราการตอบแบบสำรวจที่ลดลงทำให้สำนักสำรวจประสบปัญหาในการจับกระแสความคิดเห็นของประชาชน จึงยังไม่แน่ชัดว่าผลสำรวจในขณะนี้จะใกล้เคียงกับผลการลงคะแนนจริงเพียงใด

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ประธานาธิบดีทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียลว่า ฝูงชนและบรรยากาศคึกคักในการชุมนุมนั้น “เหลือเชื่อมาก” และ “เรากำลังพลิกเกมการเลือกตั้งในทุกหนแห่ง” เขายังกล่าวด้วยว่าสื่อไม่ได้รายงานความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างถูกต้อง พร้อมบอกว่า “คอยดู ‘เซอร์ไพรส์ในการเลือกตั้งกลางเทอม’ ได้เลย” อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าคำกล่าวนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเลือกตั้งจริงหรือไม่

ภูมิหลังและบริบท

ผลสำรวจความคิดเห็นในการเลือกตั้งใช้ความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ตอบแบบสำรวจเพื่อประมาณความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด ดังนั้น ผลสำรวจกับผลการเลือกตั้งจึงอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ตอบและผู้ตอบจะไปใช้สิทธิจริงหรือไม่ ครั้งนี้มีรายงานว่าพื้นที่แข่งขันสูสีเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด ทำให้ความต้องการทำโพลพุ่งสูง และสำนักสำรวจประสบความยากลำบากในการจับกระแสความคิดเห็นของประชาชน

แลนดอน วอลล์ จากเกรย์เฮาส์ ซึ่งเป็นสำนักสำรวจความคิดเห็นที่มีแนวทางสนับสนุนรีพับลิกัน บรรยายสถานการณ์ปัจจุบันว่า “เหมือนวันพิพากษาครั้งสุดท้าย” เขากล่าวว่าต้องสลับใช้ศูนย์รับโทรศัพท์ 3 แห่งเพื่อรองรับปริมาณงานสำรวจ ส่วนเบรนต์ บิวแคนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิกแนล ซึ่งเป็นสำนักสำรวจอีกแห่งที่มีแนวทางสนับสนุนรีพับลิกัน กล่าวว่า แม้จะเพิ่มขีดความสามารถในการสำรวจแล้ว แต่จำนวนคำตอบที่ได้ต่อการสำรวจทางโทรศัพท์ 1 ชั่วโมงก็ยังน้อยกว่าเมื่อ 2 ปีก่อน

ปัญหาเหล่านี้เห็นได้ชัดแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ มีรายงานว่าอัตราการตอบแบบสำรวจเป็นปัญหามากกว่าในอะแลสกา ซึ่งประชากรกระจายตัวอยู่ในพื้นที่กว้าง และทางตอนใต้ของเท็กซัส ซึ่งมีผู้ไปใช้สิทธิในอัตราต่ำ เหตุที่มีการจับตา ‘อคติจากการไม่ตอบ’ ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างกลุ่มคนที่ตอบแบบสำรวจกับกลุ่มผู้ไปลงคะแนนจริง ก็เพราะองค์ประกอบของทั้งสองกลุ่มอาจไม่เหมือนกัน

ผลสำรวจช่วงหลังสะท้อนให้เห็นว่าฐานผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมีความกระตือรือร้นสูง ขณะที่อัตราการไปใช้สิทธิของฝั่งรีพับลิกันลดลง แต่ยังไม่อาจทราบได้ว่าผู้สนับสนุนรีพับลิกันที่ไม่ค่อยตอบแบบสำรวจจะไม่ไปลงคะแนนจริงด้วยหรือไม่ กล่าวคือ ไม่ควรตีความความแตกต่างในการตอบแบบสำรวจว่าเป็นความแตกต่างของผลการลงคะแนนโดยตรง

ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับองค์ประกอบของกลุ่มตัวอย่างด้วย มีข้อสังเกตว่าปัญหาการเก็บข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งผิวขาวที่ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยให้ครอบคลุมในการสำรวจ อาจเกิดขึ้นซ้ำในเนบราสกา ไอโอวา และแคนซัส แพทริก รูฟฟินี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจความคิดเห็นของรีพับลิกันกล่าวว่า แนวโน้มคะแนนสนับสนุนรายรัฐที่เห็นในช่วงนี้จะไม่ดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกันในการเลือกตั้งจริง พร้อมกล่าวว่า “ภูมิทัศน์ทางการเมืองพื้นฐานจะมีบทบาทสำคัญกว่าที่เราคิดอยู่ในตอนนี้มาก”

อย่างไรก็ตาม การที่ผลสำรวจมีความไม่แน่นอนไม่ได้หมายความว่ารีพับลิกันได้เปรียบ ผลสำรวจในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2018 โดยรวมมีความแม่นยำ และในการเลือกตั้งที่เวอร์จิเนียกับนิวเจอร์ซีย์เมื่อปีที่แล้ว ผลสำรวจประเมินคะแนนสนับสนุนพรรคเดโมแครตต่ำกว่าความเป็นจริง แม้กรณีในอดีตจะไม่รับประกันผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็ยากที่จะฟันธงล่วงหน้าว่าผลสำรวจจะคลาดเคลื่อนไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข่าวนี้มีความหมายอย่างไร

สิ่งสำคัญสำหรับผู้อ่านคือการพิจารณาตัวเลขผลสำรวจและการไปใช้สิทธิจริงเป็นข้อมูลคนละส่วน แม้ผลสำรวจจะแสดงให้เห็นว่าฐานผู้สนับสนุนพรรคหนึ่งมีความกระตือรือร้นสูง ก็ยังต้องตรวจสอบแยกต่างหากว่าผู้ตอบเหล่านั้นจะไปลงคะแนนจริงหรือไม่ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้เข้าร่วมการสำรวจจะเลือกอย่างไร ในทางกลับกัน ก็ไม่อาจสรุปได้จากอัตราการตอบแบบสำรวจที่ต่ำเพียงอย่างเดียวว่าฐานผู้สนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งจะไม่ไปใช้สิทธิ

รีพับลิกันกำลังให้น้ำหนักกับการแข่งขันเรื่องอัตราการไปใช้สิทธิในช่วงเวลาที่เหลือ ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางไปยังพื้นที่สำคัญเพื่อระดมฐานผู้สนับสนุน ขณะที่องค์กรการเมืองภายนอกพรรคก็ทุ่มเงินจำนวนมากไปกับโฆษณา ตามข้อมูลของแอดอิมแพ็กต์ องค์กรการเมืองภายนอกพรรคของประธานาธิบดีทรัมป์ใช้จ่ายเงินไปประมาณ 96.6 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันแรงงาน และเตรียมงบโฆษณาเพิ่มอีกราว 89 ล้านดอลลาร์จนถึงวันเลือกตั้ง ข้อความเรื่อง ‘เซอร์ไพรส์’ ของประธานาธิบดีทรัมป์อาจมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อดึงฐานผู้สนับสนุนรีพับลิกันให้ออกไปลงคะแนน

ตัวอย่างเช่น แม้ผลสำรวจหนึ่งจะแสดงให้เห็นว่าฐานผู้สนับสนุนเดโมแครตมีความกระตือรือร้นสูง และมีผู้สนับสนุนรีพับลิกันตอบแบบสำรวจน้อย แต่ก็ไม่อาจใช้ผลสำรวจนั้นเพียงอย่างเดียวเพื่อชี้ขาดอัตราการไปใช้สิทธิจริงหรือผู้ชนะได้ ต้องตรวจสอบการเลือกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ตอบแบบสำรวจและการไปใช้สิทธิจริงก่อน จึงจะประเมินได้ว่าผลสำรวจสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ประธานาธิบดีทรัมป์คาดการณ์บนทรูธโซเชียลว่ารีพับลิกันจะสร้าง ‘เซอร์ไพรส์’ ในการเลือกตั้งกลางเทอม
  • ผลสำรวจความคิดเห็นและการคาดการณ์หลายแห่งชี้ว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสชิงสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภากลับคืนมา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์สะท้อนสถานการณ์การเลือกตั้งจริงหรือไม่
  • มีข้อกังวลเรื่องอัตราการตอบแบบสำรวจที่ลดลงและอคติจากการไม่ตอบ ขณะที่พื้นที่แข่งขันสูสีและความต้องการทำโพลเพิ่มขึ้น
  • ผลสำรวจในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2018 โดยรวมมีความแม่นยำ และในการเลือกตั้งที่เวอร์จิเนียกับนิวเจอร์ซีย์เมื่อปีที่แล้ว ผลสำรวจประเมินคะแนนสนับสนุนพรรคเดโมแครตต่ำกว่าความเป็นจริง
  • องค์กรการเมืองภายนอกพรรคของประธานาธิบดีทรัมป์ใช้จ่ายเงินไปประมาณ 96.6 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันแรงงาน และเตรียมงบโฆษณาเพิ่มอีกราว 89 ล้านดอลลาร์จนถึงวันเลือกตั้ง

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • ยังไม่อาจทราบได้ว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
  • ยังไม่มีการยืนยันว่าผลสำรวจความคิดเห็นในการเลือกตั้งครั้งนี้จะคลาดเคลื่อนมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับในอดีต
  • ยังไม่อาจทราบได้ว่าผู้สนับสนุนรีพับลิกันที่ไม่ค่อยตอบแบบสำรวจจะไปใช้สิทธิจริงหรือไม่

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • เมื่อดูผลสำรวจความคิดเห็น ให้ตรวจสอบว่ามีการรายงานอัตราการตอบแบบสำรวจและองค์ประกอบของผู้ตอบควบคู่กับตัวเลขคะแนนสนับสนุนหรือไม่
  • ผลสำรวจกับการไปใช้สิทธิจริงอาจแตกต่างกันได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความกระตือรือร้นของฐานผู้สนับสนุนและอัตราการไปใช้สิทธิประกอบด้วย
  • แทนที่จะฟันธงผลแพ้ชนะจากผลสำรวจครั้งเดียว ควรเปรียบเทียบการคาดการณ์กับผลที่ออกมาจริงหลังจากมีผลสำรวจหลายชุดและผลการเลือกตั้งแล้ว