เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 พรรคประชาธิปไตยเกาหลีแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่การออกวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการในสหรัฐฯ ของชองช็องแรถูกระงับ โดยกล่าวว่า “ไม่ใช่มารยาทที่ควรมีต่อประเทศพันธมิตร” และ “เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง” ชองช็องแรจึงไม่สามารถเข้าร่วมการตรวจสอบของรัฐสภาเกาหลีในสหรัฐฯ ได้ และเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบการตรวจสอบหน่วยงานรัฐบาลเกาหลีในต่างประเทศของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและการรวมชาติจากสหรัฐฯ เป็นยุโรป อย่างไรก็ตาม สถานะที่รายงานระบุคือการพิจารณาล่าช้าหรือยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ ปฏิเสธการออกวีซ่าเป็นขั้นสุดท้าย
ภูมิหลังและบริบท
ชองช็องแรยื่นขอวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการตรวจสอบหน่วยงานรัฐบาลเกาหลีในต่างประเทศของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและการรวมชาติ แต่จนถึงสามวันก่อนออกเดินทางก็ยังไม่ได้รับวีซ่า จึงย้ายจากคณะตรวจสอบทวีปอเมริกา ซึ่งดูแลสหรัฐฯ และพื้นที่อื่น ๆ ไปยังคณะตรวจสอบยุโรป ผลโดยตรงคือเขาไม่สามารถเข้าร่วมกำหนดการในพื้นที่ของสหรัฐฯ ได้ และต้องเปลี่ยนพื้นที่ที่รับผิดชอบการตรวจสอบ
พักซองจุน โฆษกอาวุโสของพรรคประชาธิปไตยเกาหลี แสดงความเสียใจอย่างยิ่งในการแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร เขาอธิบายว่าชองช็องแรเป็นสมาชิกรัฐสภาสมัยที่ 4 อดีตหัวหน้าพรรครัฐบาล และเป็นสมาชิกรัฐสภาที่ติดต่อสื่อสารกับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าหวังให้หน่วยงานด้านการต่างประเทศของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและกระตือรือร้น
ชองช็องแรกล่าวว่าไม่ทราบเหตุผลของการพิจารณา และขอให้ยับยั้งการกล่าวอ้างสุดโต่งที่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เขายังระบุว่า แม้จะเข้าร่วมการตรวจสอบของรัฐสภาในสหรัฐฯ ไม่ได้ แต่ความตั้งใจที่จะมีส่วนส่งเสริมผลประโยชน์ของเกาหลีใต้และมิตรภาพระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ มีรายงานว่าการออกวีซ่าสหรัฐฯ ให้ชองช็องแรถูกปฏิเสธในช่วงการตรวจสอบของรัฐสภาเมื่อปี 2013 เช่นกัน และเขาต้องเปลี่ยนพื้นที่ตรวจสอบ
ข่าวนี้หมายความว่าอย่างไร
สิ่งที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นไม่ใช่เพียงการเดินทางของชองช็องแรเป็นการส่วนตัว แต่รวมถึงกำหนดการตรวจสอบของรัฐสภาที่วางแผนจะจัดขึ้นในสหรัฐฯ ด้วย กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า หากการพิจารณาวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการของสมาชิกรัฐสภาไม่เสร็จทันกำหนดการ พื้นที่รับผิดชอบหรือแผนการเข้าร่วมภาคสนามก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปจากกรณีนี้เพียงกรณีเดียวว่า การออกวีซ่าให้สมาชิกรัฐสภาคนอื่นหรือผู้เดินทางทั่วไปจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ในทางการเมือง ความล่าช้าในการพิจารณากลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ สมาชิกพรรคพลังประชาชน (국민의힘) เชื่อมโยงเรื่องนี้กับความเป็นไปได้ที่จะเกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หรือความล้มเหลวของรัฐบาลในการดำเนินการทางการทูตกับสหรัฐฯ ขณะที่พรรคประชาธิปไตยเกาหลีระบุว่าการปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติอย่างชอบธรรมถูกขัดขวาง และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาโดยเร็ว การประเมินเหล่านี้เป็นข้อกล่าวอ้างของแต่ละพรรค ไม่ได้หมายความว่ามีการยืนยันสาเหตุของการพิจารณาวีซ่าแล้ว
ตัวอย่างเช่น หากการพิจารณาวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการของสมาชิกรัฐสภาคนอื่นยังไม่เสร็จสิ้นจนถึงวันออกเดินทางตามกำหนด สมาชิกรัฐสภาคนนั้นก็อาจต้องเปลี่ยนพื้นที่ที่จะเดินทางไป หรือไม่สามารถเข้าร่วมกำหนดการภาคสนามที่วางไว้ได้ นี่เป็นเพียงสมมติฐานเพื่ออธิบายผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนกำหนดการของชองช็องแรในครั้งนี้ ไม่ใช่การกล่าวถึงผลลัพธ์จริงของกรณีอื่น
ประเด็นที่รายงานแต่ละฉบับนำเสนอแตกต่างกัน
ถ้อยคำที่ใช้บรรยายสถานะวีซ่าแตกต่างกันไป รายงานบางฉบับระบุว่า “ระงับการออกวีซ่า” หรือ “ล่าช้า” ขณะที่คำกล่าวของบุคคลจากฝ่ายค้านก็มีการใช้คำว่า “ปฏิเสธ” ด้วย ส่วนสถานะในขณะนั้นตามที่ชองช็องแรแจ้งคือ “อยู่ระหว่างการพิจารณาต่อ” ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และจากเนื้อหาที่รายงานยังไม่อาจยืนยันได้ว่ามีการปฏิเสธขั้นสุดท้ายหรือไม่
การตีความของฝ่ายค้านก็ควรแยกออกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน นาคยองวอนอ้างว่าเรื่องนี้เป็นการตีตราว่าเป็น “บุคคลที่ไม่พึงปรารถนาทางการทูต” ส่วนอันชอลซูกล่าวว่าไม่ต่างจากการปฏิเสธไม่ให้บุคคลสำคัญของรัฐบาลเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่เปิดเผยไม่ได้ระบุเหตุผลโดยละเอียดของการพิจารณาวีซ่าหรือหลักเกณฑ์ที่ฝ่ายสหรัฐฯ ใช้ประกอบการตัดสินใจ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- ชองช็องแรยื่นขอวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แต่การพิจารณายังดำเนินอยู่จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม ก่อนวันออกเดินทาง
- เนื่องจากการออกวีซ่าล่าช้า เขาจึงไม่สามารถเข้าร่วมกำหนดการตรวจสอบของรัฐสภาในสหรัฐฯ และเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบเป็นยุโรป
- แกนนำพรรคประชาธิปไตยเกาหลีแสดงความเสียใจและเรียกร้องให้หน่วยงานด้านการต่างประเทศของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เร่งแก้ไขปัญหา
- ชองช็องแรขอให้ยับยั้งการกล่าวอ้างสุดโต่ง และระบุว่าตั้งใจจะมีส่วนส่งเสริมมิตรภาพระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ
- บุคคลจากฝ่ายค้านตีความเรื่องนี้ว่าเป็นสัญญาณผิดปกติในความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ แต่นั่นเป็นข้อกล่าวอ้างของพวกเขา
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ยังไม่มีการเปิดเผยเหตุผลโดยละเอียดที่ทำให้การพิจารณาวีซ่าสำหรับการเดินทางไปราชการในสหรัฐฯ ถูกระงับ หรือหลักเกณฑ์ที่ฝ่ายสหรัฐฯ ใช้ประกอบการตัดสินใจ
- ยังไม่มีการยืนยันว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นเมื่อใด หรือท้ายที่สุดแล้วจะออกวีซ่าหรือไม่
- ยังไม่มีการเปิดเผยว่าหน่วยงานด้านการต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้หารือกันอย่างไร หรือผลการหารือส่งผลต่อการเปลี่ยนกำหนดการอย่างไร
สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ
- ควรตรวจสอบว่าการประกาศในภายหลังอธิบายแยกกันอย่างชัดเจนหรือไม่ระหว่าง “อยู่ระหว่างการพิจารณา” กับ “ปฏิเสธขั้นสุดท้าย”
- ควรติดตามว่าหน่วยงานด้านการต่างประเทศเปิดเผยขั้นตอนการพิจารณาและเนื้อหาการหารือหรือไม่ และกำหนดการเดินทางไปสหรัฐฯ ของชองช็องแรจะมีการปรับเปลี่ยนอีกหรือไม่
- ควรแยกการตีความทางการเมืองของแต่ละพรรคออกจากสถานะการพิจารณาที่ได้รับการยืนยัน จากหลักฐานที่มีในขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าความล่าช้าของวีซ่าเกิดจากความขัดแย้งทางการทูตเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเป็นผลจากประวัติการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: chosun.com
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr



















