1. เรื่องของคนคนหนึ่ง
มินจี คิม กำลังต่อสู้คดีแพ่งที่อาจกระทบเงินเก็บก้อนสำคัญของครอบครัว เธอเห็นว่าบทบัญญัติกฎหมายที่ศาลอาจนำมาใช้ในคดีไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ จึงยื่นคำขอต่อศาลที่กำลังพิจารณาคดี ขอให้ส่งประเด็นดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเกาหลี
ศาลเห็นว่ามีเหตุให้ส่งเรื่อง จึงยื่นคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าบทบัญญัตินั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่มินจีได้รับข่าวที่ไม่คาดคิด: ศาลรัฐธรรมนูญยกคำขอ เพราะเห็นว่าความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัตินั้นไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการตัดสินคดีของเธอ มินจีจึงถามว่า ในเมื่อเธอเป็นคนเริ่มขอให้ส่งเรื่อง เธอจะยื่นขอพิจารณาคดีใหม่เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญกลับมาทบทวนได้หรือไม่
2. คำถามทางกฎหมาย
ผู้ที่ขอให้ศาลในคดีหลักส่งประเด็นกฎหมายไปตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สามารถขอพิจารณาคดีใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยกเรื่องเพราะเห็นว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับผลของคดี?
3. กฎหมายเกาหลีว่าอย่างไร
กระบวนการตรวจสอบกฎหมายตามคำส่งของศาลมีลักษณะสำคัญคือ ศาลเป็นผู้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้ฟ้องคดีหลักหรือผู้ยื่นคำขอให้ส่งเรื่องโดยตรงที่นำคดีรัฐธรรมนูญขึ้นสู่ศาลด้วยตนเอง
การที่คู่ความในคดีหลักขอให้ศาลส่งเรื่อง ไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นคู่ความในกระบวนการพิจารณาตามคำส่งของศาลโดยอัตโนมัติ กระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างศาลผู้ส่งเรื่องกับศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาได้ต่อเมื่อการวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องกับคดีหลัก กล่าวอย่างง่ายคือ หากคำตอบว่ากฎหมายชอบหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไม่มีผลต่อข้อกฎหมายหรือผลตัดสินในคดี ศาลอาจยกคำขอโดยเห็นว่าเงื่อนไขเรื่อง ความเป็นประเด็นชี้ขาดในคดี ไม่ครบ
ส่วนการขอพิจารณาคดีใหม่ หรือการขอรื้อฟื้นคำวินิจฉัย เป็นช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่มีสถานะตามกฎหมายในคดีนั้น ไม่ใช่วิธีอุทธรณ์ทั่วไปที่ใครก็ตามซึ่งได้รับผลกระทบหรือไม่เห็นด้วยจะใช้ได้
ประเด็นที่ควรแยกให้ออกมีดังนี้
- ผู้ยื่นคำขอในคดีหลัก ขอให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีส่งประเด็นรัฐธรรมนูญไปตรวจสอบ
- ศาลผู้ส่งเรื่อง เป็นผู้ยื่นคำขอต่อศาลรัฐธรรมนูญในกระบวนการตรวจสอบตามคำส่ง
- คู่ความในคดีรัฐธรรมนูญ คือผู้มีสถานะเป็นคู่ความในกระบวนการนั้นตามกฎหมาย การเป็นผู้ยื่นคำขอในคดีหลักเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้มีสถานะดังกล่าว
- ผู้ที่ไม่มีสถานะเป็นคู่ความในคดีรัฐธรรมนูญย่อมไม่มีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ต่อคำวินิจฉัยนั้น
4. แนวทางของศาลเกาหลี
ศาลเกาหลีพิจารณาสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่จาก สถานะของผู้ยื่นคำขอในคดีที่ต้องการให้พิจารณาใหม่ ไม่ใช่เพียงจากการที่บุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเดิม หรือเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดการส่งเรื่อง
การขอพิจารณาคดีใหม่เป็นกระบวนการพิเศษสำหรับคู่ความในคดีที่มีคำวินิจฉัย ไม่ใช่ช่องทางให้บุคคลภายนอกกระบวนการนั้นขอทบทวนคำวินิจฉัยได้
เมื่อนำหลักนี้มาใช้กับการตรวจสอบกฎหมายตามคำส่งของศาล ผู้ยื่นคำขอในคดีหลักไม่ได้มีสถานะเป็นคู่ความในคดีรัฐธรรมนูญเพียงเพราะศาลรับคำขอของเขาและส่งเรื่องต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่เปิดทางให้บุคคลดังกล่าวยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ต่อคำวินิจฉัยในกระบวนการนั้น
แนวทางนี้ได้รับการยืนยันในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2004 ซึ่งวางหลักว่าผู้ยื่นคำขอให้ศาลส่งเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีรัฐธรรมนูญ ไม่มีสิทธิยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
5. เมื่อนำกฎหมายมาใช้กับกรณีของมินจี
กรณีของมินจีต้องพิจารณาเป็นลำดับ
- มินจีเป็นผู้ขอให้ส่งเรื่อง แต่ผู้ส่งเรื่องจริงคือศาล เธอยื่นคำขอต่อศาลในคดีแพ่ง ส่วนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำของศาลที่พิจารณาคดีอยู่
- การที่ศาลรับคำขอไม่ได้เปลี่ยนสถานะของมินจี แม้คำขอของเธอจะเป็นเหตุให้ศาลพิจารณาส่งเรื่อง แต่ไม่ได้ทำให้เธอเป็นคู่ความในกระบวนการตามคำส่งของศาลรัฐธรรมนูญ
- การยกเรื่องเกิดจากความไม่เกี่ยวข้องกับผลของคดี ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าประเด็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็นต่อการตัดสินคดีหลัก จึงยกคำขอที่ศาลส่งมา การยกคำขอเช่นนี้ไม่ได้ทำให้มินจีมีสิทธิเพิ่มขึ้นในการขอพิจารณาคดีใหม่
- มินจีขาดคุณสมบัติที่จะยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากเธอไม่ได้เป็นคู่ความในคดีรัฐธรรมนูญ เธอจึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญรื้อฟื้นคำวินิจฉัยนั้น แม้จะไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่ศาลยกเรื่องก็ตาม
ดังนั้น หากมินจียื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ต่อคำวินิจฉัยดังกล่าว คำขอของเธอไม่อาจรับไว้พิจารณาได้เพราะขาดสถานะผู้มีสิทธิยื่น มิใช่เพราะศาลได้วินิจฉัยแล้วว่ากฎหมายที่เธอโต้แย้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญในเนื้อหา
6. บทสรุป: ผลเป็นอย่างไร และควรทำอะไรต่อ
มินจีไม่สามารถขอพิจารณาคดีใหม่ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะเธอเป็นผู้ขอให้ศาลในคดีหลักส่งเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นคู่ความในกระบวนการรัฐธรรมนูญที่ศาลส่งไป คำวินิจฉัยยกเรื่องจึงยังคงมีผล และคดีแพ่งของเธอต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการปกติ
สำหรับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน ควรจำไว้ว่า
- ติดตามคดีหลักเป็นลำดับแรก การที่ศาลรัฐธรรมนูญยกเรื่องไม่ได้ทำให้คดีหลักสิ้นสุด ให้ปรึกษาทนายเพื่อวางแนวทางต่อสู้คดีและยกประเด็นกฎหมายในศาลที่พิจารณาคดี
- ตรวจสอบผลของประเด็นรัฐธรรมนูญต่อคดีให้ชัด อธิบายให้ศาลเห็นว่าบทบัญญัติที่โต้แย้งจะเปลี่ยนผลการตัดสินคดีอย่างไร เพราะความเชื่อมโยงดังกล่าวเป็นเงื่อนไขสำคัญของการส่งเรื่อง
- อย่าสับสนระหว่างการขอให้ส่งเรื่องกับการเป็นคู่ความ ก่อนยื่นคำร้องใด ๆ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบว่าตนมีสถานะและสิทธิตามกฎหมายในกระบวนการนั้นหรือไม่ เพื่อไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับช่องทางที่กฎหมายไม่เปิดไว้



















